สตูลเครือข่ายผู้ป่วยสตูลเปิดเวที สร้างองค์ความรู้กัญชากับการรักษาโรค
หลังการออกกฎหมายกัญชามาทำให้สังคมเกิดคำถามและข้อกังวลมากมายทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน ล่าสุดภาคีเครือข่ายผู้ป่วยอันดามัน จัดงานเสวนาเครือข่ายผู้ป่วย จังหวัดสตูล เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านกัญชากับการรักษาโรค ขณะที่เครือข่ายสิทธิพลเมืองพัฒนาคุณภาพชีวิตขอให้รัฐกำหนดกรอบให้ชัดด้านเสรี และสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจตรงกันเพื่อคลายข้อกังวล
12 มกราคม 2565 ที่แคมป์นาคาเฟ่ ตำบลควนโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ภาคีผู้ป่วยพบปะพูดคุยแนะนำวิธีการใช้ให้กัญชาที่ถูกวิธี จากทีมวิทยากรถึงขั้นตอนการทำผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านโดยวิถีผู้ป่วยพึ่งพาตนเอง แนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์จากกัญชาและสรรพคุณ ที่มีหลากหลายรูปแบบ อาทิ ยาหม่องกัญชา พิมเสนน้ำกัญชา ฟ้าทะลายโจรกัญชา สบู่เหลว โลชั่น เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านกัญชากับการรักษาโรค
การเสวนาภาคีเครือข่ายผู้ป่วยจังหวัดสตูลสร้างองค์ความรู้ด้านกัญชากับการรักษาโรค และเครือข่ายศิลปินเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูล พร้อมเชิญหลากหลายหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง พร้อมนายพิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 1 และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.เขต 2 พรรคภูมิใจไทยร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย โดยจัดขึ้นเพื่อพบปะผู้ป่วยทำความเข้าใจในหัวข้อกฎหมายกัญชาและสิทธิที่ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงในเรื่องกัญชาแล้ว การผลักดันผู้ป่วยที่มีจุดประสงค์ในการใช้กัญชาเพื่อการบริบาลตนเองเข้าสู่ระบบโรงพยาบาลที่รองรับตามแบบกระทรวงสาธารณสุข โดยมีผู้ป่วยเล่าเรื่องประสบการณ์จริงจากการใช้กัญชาในการรักษาโรค ซึ่งทางผู้จัดหวังว่าเวทีนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจกับสังคมให้รับทราบถึงความจำเป็นในการใช้กัญชาเพื่อการรักษาที่ไม่ใช่เพื่อสันทนาการ
นายอภิเดช หาบยุโซ๊ะ ประธานภาคีเครือข่ายผู้ป่วยอันดามัน กล่าวว่า ตัวแทนเครือข่ายผู้ป่วยอันดามันที่เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้ป่วยที่อยากจะใช้ผลิตภัณฑ์จากกัญชาแต่ยังไม่มีความเข้าใจ หลังมีการปลดล็อคหลายคนเจอข่าวเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชา มีอาการช็อค เพี้ยน หลอน จากหลายภาคีจึงมารวมตัวกันเพื่อวันนี้
การจับประเด็นกัญชานี้ส่วนตัวครอบครัวคุณแม่เป็นมะเร็งเต้านม รักษาทางการแพทย์ทุกอย่าง อาการผิวคล้ำดำ แม้น้ำมันกัญชาจะไม่ทำให้คุณแม่หายขาด แต่ช่วยยับยั้งและมีชีวิตยั่งยืนถึงทุกวันนี้ เรื่องความเจ็บปวดเรื่องอารมณ์ หากใช้ถูกวิธีและมีความเข้าใจว่าจะเป็นผลดี ฝากสื่อสารไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจังหวัดและอสม. อยากให้มีการแนะนำใช้กัญชาให้ถูกวิธี ใช้เกินขนาดแล้วจะเจออะไร และวิธีการใช้ต่างๆ อยากให้เปิดใจในเรื่องของการแพทย์ และผู้ป่วยที่ใช้อยู่จริงๆ พี่ไม่มีทางอื่นจะพึ่งแล้ว
ส่วนด้าน นางสาวสรวรรณ นิรันดร์รัตน์ เครือข่ายสิทธิพลเมืองพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า มุมมองต่อกัญชาที่มีอย่างเสรีควรจะต้องมีข้อกำหนดอย่างชัดเจน เสรีทางด้านการแพทย์เสรีในเรื่องของการเพาะปลูก ควรจะต้องกำหนดขอบเขตเยาวชนเด็กวิธีการนำมาใช้ ต้องกำหนดให้ชัดเจนในเรื่องของความเสรี ไม่ใช่เปิด open จนไม่มีกรอบ
ภาครัฐต้องสื่อออกมาให้ชัดเรื่องความเข้าใจไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นจะต้องสื่ออย่างไรเพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า ข้อกำหนดต่างๆที่เกิดขึ้นไม่กระทบกับใคร ด้วยเหตุผลว่าเรากำหนดกรอบไว้ชัด วันนี้ที่สื่อออกไปไม่มีกรอบที่ชัดเจน กฎหมายลูกยังไม่เสร็จ เมื่อเสร็จแล้วต้องสื่อให้ชาวบ้านได้รับทราบด้วย ในฐานะประชาชนควรจะต้องมีการแสดงออกถึงความคิดเห็นว่าข้อกำหนดนี้ครอบคลุมแค่ไหนอย่างไร หรือว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน โดยข้อกังวลในขณะนี้พ่อแม่ยังมีข้อกังวลต่อลูก การให้ปลูกได้บ้านละ 10 ต้นหากไม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะจะเป็นปัญหาตามมา สามีสูบกัญชาแล้วก็นอนไม่ทำงานตรงนี้ก็จะเป็นปัญหาต่อครอบครัวอีก
ด้านสิทธิก็มามองในส่วนของชุมชนท้องถิ่นด้านวิสาหกิจ จะมากำหนดอย่างไร ให้ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ ชาวบ้านมองว่าข้อจำกัดเยอะไป ควรจะคลายมากกว่านี้หรือไม่ อย่าให้ธุรกิจนี้เกิดเฉพาะกลุ่มทุน กำหนดกรอบกำหนดราคาได้หรือไม่ ว่าราคากลางมันอยู่เท่าไหร่ เปิดโอกาสให้คนพื้นที่สามารถรับซื้อได้ไม่ใช่การรับซื้อการขายส่งการแปรรูปไปอยู่ในกลุ่มนายทุนใหญ่ทั้งหมด ความเป็นชุมชนจะหายไป