รถบรรทุกกากของเสียพลิกคว่ำ กากน้ำมันของเสียสีดำเทกระจาดไหลนองเต็มพื้นถนนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง

ข่าวทั่วไทย22 มี.ค. 2566 • 13:27 น.
รถบรรทุกกากของเสียพลิกคว่ำ กากน้ำมันของเสียสีดำเทกระจาดไหลนองเต็มพื้นถนนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง

รถบรรทุกกากของเสียโรงงานกลั่นน้ำมันพลิกคว่ำ กากน้ำมันของเสียสีดำเทกระจาดไหลนองเต็มพื้นถนนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง จนท.เร่งเก็บกู้หวั่นกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 มี.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากหน่วยบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลนครระยอง ว่ามีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกกากน้ำมันของเสียพลิกคว่ำ บนถนนสายสุขุมวิทช่วงยูเทิร์น (ขาออกเมือง) กม.224 ม.1 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง จึงได้รุดไปตรวจสอบพบรถบรรทุก 18 ล้อยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนหน้า 64-8937 ทะเบียนพ่วง 65-0823 กรุงเทพ ของบริษัท ทีเออาร์เอฟ จำกัด บรรทุกกากน้ำมันของเสีย จอดเปิดไฟกระพริบอยู่ริมถนน ใกล้กันพบกระบะเหล็กกว้าง 3 เมตร ยาวประมาณ 5 เมตร พลิกคว่ำอยู่บนพื้นถนน ทำให้กากน้ำมันของเสียสีดำไหลนองเต็มพื้น ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว จึงได้ประสานจนท.หมวดทางหลวงเชิงเนิน พนักงานของบริษัทดังกล่าว นำรถเก็บกู้สิ่งปฏิกูลมาดูดกากน้ำมันของเสียตามพื้นถนน ร่องน้ำ พร้อมกับนำทรายและกระสอบมาซับคราบน้ำมันและของเสียบนพื้นถนน 
 
จากการสอบถามนายอัครพล จันพางาม อายุ 43 ปี ชาวสระบุรี คนขับ ทราบว่าได้ขับรถบรรทุก 18 ล้อคันดังกล่าวมาจากบ่อบำบัดในโรงงานกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งในตัวเมืองระยอง  บรรทุกกากตะกอนน้ำมันของเสียจำนวน 2,000 ลิตร เพื่อนำกากน้ำมันของเสียไปกำจัด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงยูเทรินหน้าปั๊มน้ำมัน  ได้เลี้ยวรถยูเทิร์น กระทันหันทำให้กระบะเหล็กที่บรรทุกกากน้ำมันของเสียด้านหลังพ่วงเกิดพลิกคว่ำ ทำให้กากน้ำมันของเสียทั้งหมดเทกระจาดลงบนพื้นถนนและไหลลงท่อระบายน้ำ
นายอิศรินทร์ อรุณสวัสดิ์ หัวหน้าหมวดทางหลวงเชิงเนิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้จนท.เร่งเก็บกู้คราบน้ำมันสิ่งปฏิกูลออกจากพื้นถนน โดยใช้ผงดูดซับคราบน้ำมัน ทราย กระสอบป่านเพื่อดูดซับคราบน้ำมัน และทำการใช้น้ำฉีดชะล้างพื้นผิวถนนให้สะอาดแต่ต้องกันน้ำที่จะไหลลงไปสู่ลำลางหรือท่อระบายน้ำเพื่อไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง
 
โดยปกติแล้วยูเทิร์นบริเวณดังกล่าว ได้มีป้ายติดตั้งห้ามรถบรรทุกเกินหกล้อขึ้นไปมากลับรถหรือยูเทิร์น แต่คนขับรถบรรทุก 18 ล้อนี้ยังได้ฝ่าฝืนกฎจราจรยูเทิร์นรถในที่ห้ามยูเทิร์น ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางจนท.จะสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนี้อีกครั้ง และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนชาวบ้านที่ได้รับผผลกระทบในบริเวณดังกล่าวสามารถแจ้งมายังบริษัทโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อเข้าไปตรวจสอบและเยียวยาต่อไป