ผู้ว่าฯสตูลเรียกประชุมด่วน คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด  หลังพบชาวโรฮิงญามีบัตรผู้ลี้ภัยจาก UN 

ข่าวทั่วไทย7 มิ.ย. 2565 • 04:18 น.
ผู้ว่าฯสตูลเรียกประชุมด่วน คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด  หลังพบชาวโรฮิงญามีบัตรผู้ลี้ภัยจาก UN 

สตูล//ผู้ว่าฯสตูลเรียกประชุมด่วน คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด  หลังพบชาวโรฮิงญามีบัตรผู้ลี้ภัยจาก UN  ขณะที่ทหารกองกำลังเทพสตรีลงติดตามประเมินแผนรักษาความมั่นคงชายแดนพร้อมรับว่าระยะนี้มีการทะลักเพิ่มขึ้นทางทะเล
.
ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง   ศาลากลางจังหวัดสตูล  นายเอกรัฐ    หลีเส็น  (อ่านหลี-เส็น) ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลเป็นประธานประชุมด่วนคณะ อนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล  ซึ่งมีทุกหน่วยที่รับผิดชอบ อาทิ  พล.ต.วรเดช เดชรักษา ผบ.พล.ร.5/ ผบ.กกล.เทพสตรี  ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย  พร้อม  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด   ตำรวจ    ทหาร  อัยการจังหวัด กอ.รมน  ศรชล 

เพื่อติดตามสถานการณ์หลังพบชาวโรฮิงญา 59 คน ซึ่งมีทั้ง  ผู้ชาย  ผู้หญิงและเด็ก  เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมาถูกทิ้งบนเกาะดง   เขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา    เพื่อซักซ้อมความเข้าใจขั้นตอนหลังเข้าช่วยเหลือ   พร้อมสรุปปัญหาอุปสรรคและขั้นตอน    

โดยหลังจากให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญาทั้งหมดที่ติดเกาะมาพักที่  กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 436  ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล   นั้นในขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 คือการทำประวัติ  การซักถาม เพื่อทำการคัดแยกเหยื่อจากการลักลอบเข้ามาทำงาน   และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าใน 25 คนจากทั้งหมด   พกบัตรผู้ลี้ภัย  จาก UN  ซึ่งต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวตามบัตรหรือไม่   โดยเฉพาะสตรีและเด็กต้องมีการตรวจสอบ DNA เพื่อป้องกันการถูกลักลอบไปค้าประเวณีและขอทานในเด็ก

ทางจังหวัดสตูลคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการคัดแยกเป็นเวลา 1 เดือน  หากพบว่าไม่ใช่ผู้ลักลอบเข้ามาขายแรงงานในประเทศไทย   จะถูกคัดแยกส่งตัวกลับ  โดยผู้ชายจะถูกส่งไปยังพื้นที่พักสำหรับเหยื่อค้ามนุษย์ที่จ.สงขลา  และผู้หญิงบ้านศรีสุราษฏร์ธานี  


ขณะที่ด้านทหาร พล.ต.วรเดช เดชรักษา ผบ.พล.ร.5/ ผบ.กกล.เทพสตรี  ที่บินลงตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าหลังพบชาวโรฮิงญาในพื้นที่จ.สตูล  ระบุว่า  ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการมีขั้นมีตอนที่ชัดเจน  โดยทางบกไม่ค่อยหน้าเป็นห่วงเท่าไหร่ ส่วนทางทะเลขณะนี้ต้องประสานทางระนอง  ชุมพรต้องประสานกับทัพเรือภาคที่ 3 อยู่  ส่วนแนวโน้มพบว่าจะมีการทะลักเข้ามาเยอะในห้วงนี้เห็นได้จากการจับกุมเพิ่มมากขึ้น  ขบวนการก็มีวิธีที่เล็ดรอดหลบหนีเจ้าหน้าที่ได้มากขึ้น โดยเฉพาะทางทะเลมากยิ่งขึ้น  ซึ่งยังคงเน้นการสร้างเครือข่ายผู้นำในชุมชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น   มุ่งเน้นการปรับยุทธวิธีด้านกลางคืนบ้าง กลางวันบ้าง  และเน้นไปที่การทำลายโครงสร้างเครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งหมด 
……………………………………………………………………………