จังหวัดอ่างทอง เปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2566
อ่างทอง เปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2566
วันนี้ (6 มกราคม 2566) เวลา 14.00 น. ณ บริเวณห้องโถง ทางเชื่อมระหว่างศาลากลางจังหวัดอ่างทองหลังเก่าและหลังใหม่ นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2566 และกล่าวถวายพระพรชัยมงคล โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอ่างทอง อัยการจังหวัดอ่างทอง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดอ่างทอง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี
การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงพสกนิกร ในการปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงสร้างแรงบันดาลใจ และแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่วงการผ้าไทย ทรงมีพระวินิจฉัยนำแนวคิดอันเป็นสากล มาสู่การพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาผ้าไทย ให้ผ้าไทยเป็นสิ่งแสดงเรื่องราวอัตลักษณ์วัฒนธรรมประจำถิ่น สามารถนำไปออกแบบ และตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย และทำให้เกิดความรัก ความตระหนัก ให้ผ้าไทยมีชีวิตชีวา คงคุณค่า อยู่สืบไป อีกทั้ง ยังได้รับพระกรุณาธิคุณประทานพระอนุญาตแบบลายมัดหมี่แก่ช่างทอผ้า ชื่อลาย "ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ให้กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค สามารถนำไปใช้ทอผ้า ผลิตผ้าได้ ซึ่งนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ทั้งนี้ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ มีการจัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และผ้าลายพระราชทานซึ่งเป็นผลงานของกลุ่มทอผ้าจังหวัดอ่างทอง ที่ใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาลวดลายผ้าไทยให้เกิดความหลากหลาย และร่วมสมัยก้าวสู่สากล