- โฆษณา -

ชาวบ้านพบช้างป่าถูกยิงเป็นแผลติดเชื้อรุนแรงเข้าแจ้งจนท.ก่อนสิ้นใจตายในแอ่งน้ำอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

ข่าวทั่วไทย22 เม.ย. 2568 • 17:44 น.
ชาวบ้านพบช้างป่าถูกยิงเป็นแผลติดเชื้อรุนแรงเข้าแจ้งจนท.ก่อนสิ้นใจตายในแอ่งน้ำอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

วันที่ 22 เม.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ผ่าพิสูจน์ช้างป่าเสียชีวิตในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เหตุเกิดที่หมู่ 7 บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จากการรายงานผลทราบว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.68 มีชาวบ้านที่เข้าไปหาอึ่งแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า  ใด้พบเห็นช้างป่าติดหล่มในแอ่งน้ำ ไม่สามารถขึ้นมาได้ จากการสอบถาม ผู้แจ้งให้ข้อมูลว่า ช้างป่ายังมีชีวิตอยู่ในลักษณะนอนตะแครง ระดับน้ำครึ่งตัวช้าง จากพฤติกรรมช้างพยายามตะเกียกตะกาย ชูงวง แต่ไม่สามารถลุกขึ้นได้
 
หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบ และเข้าค้นหา ด้วยอากาศยานไร้คนขับ แต่ไม่พบเนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย (ฝนตก) จึงได้ยกเลิกภารกิจ และทำการค้นหาในวันถัดไป

 

- โฆษณา -

ต่อมาวันที่ 20 เม.ย.68 เวลา 08.00 น. คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ใช้อากาศยานไร้คนขับบินสำรวจอีกครั้ง  พบช้างป่า บริเวณไทรเอน ท้องที่ หมู่ 7 บ้านรวมไทย ในสภาพ นอนตะแครงในแอ่งน้ำ หู ขา และง่วง ยังมีการขยับ จึงได้ประสาน สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 3 สาขาเพชรบุรี มาประเมินอาการและทำการรักษา ปรากฎว่า ในเวลา 16.30 น. ช้างป่าตัวดังกล่าว ได้เสียชีวิตลง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันถัดไป เนื่องจากเป็นเวลาใกล้ค่ำ และพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่ารกทึบ เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากสัตว์ป่า

ต่อมาวันที่ 21 เม.ย.68 เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี พร้อมทีมสัตวแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อร่วมกันตรวจสอบโดยละเอียด ผลการชันสูตรพบว่า เป็นช้างป่าเพศเมีย อายุประมาณ  50-60 ปี น้ำหนักประมาณ 3,000 - 3,500 กิโลกรัม ลักษณะนอนตายตะแคงด้านซ้าย พบร่องรอยบาดแผล เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร บริเวณขาหลังด้านขวา จึงทำการผ่าเปิดแผล พบหัวกระสุนลักษณะเกลียวยาว 1 ชั้น ฝังอยู่บริเวณขาหลัง และเม็ดโลหะ ทรงกลม 1 ชั้นบริเวณก้นขวา และพบก้อนหนองขนาดใหญ่ใกล้กระดูกข้อต่อหัวเข่า ภายในเต็มไปด้วยหนองเหลว ลักษณะเนื้อเยื้อ และผิวหนัง มีสีซีดเหลือง เชื่อได้ว่าเป็นภาวะติดเชื้อรุ่นแรงจากบาดแผลของหัวกระสุน ที่ฝังอยู่นานกว่า 1 ปี เนื่องจากหัวกระสุนเป็นสนิมผุกร่อน

ภายหลังดำเนินการผ่าพิสูจน์เป็นที่เรียบร้อย จึงนำซากช้างป่าทำการฝังกลบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค พร้อมนำหลักฐานหัวกระสุนที่พบขณะทำการผ่าพิสูจน์ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันเพื่อตรวจสอบชนิดของอาวุธปืนหาผู้กระทำการมาดำเนินคดีต่อไป