สะพานบุญครูหนึ่งเข้าช่วยคนเร่รอน ติดเหล้านอนริมถนน เจ้าตัวพร้อมเลิกเหล้าขอปรับตัวเป็นคนดี

ข่าวทั่วไทย4 ส.ค. 2566 • 17:25 น.โดย ทศพล บุญพัฒน์
สะพานบุญครูหนึ่งเข้าช่วยคนเร่รอน ติดเหล้านอนริมถนน เจ้าตัวพร้อมเลิกเหล้าขอปรับตัวเป็นคนดี

จากกรณีเฟซบุ๊ก นายชาติชาย น้อยสกุล ในพื้นที่จังหวัดฮ่องสอน ได้ลงข้อมูลพฤติกรรมหญิงวัย 56 ปี ทราบชื่อ นางอัญชลี (ขอสงวนนามสกุล) โกนหัวโล้นสวมชุดสีน้ำตาลเข้มเอาเต็นท์มาตั้งบนฟุตบาทริมถนนหน้าสถานีขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่อยู่อาศัย และมีพฤติกรรมด่าหาเรื่องไปทั่ว สร้างความรำคาญแก่ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา เอาไปรักษาที่โรงพยาบาล ก็ด่าหมอ ด่าพยาบาล ไปใช้ห้องน้ำในสถานีคนส่ง ด่าคนดูแล ตั้งของขาย และตั้งเต็นท์ขวางไปตามใจชอบ เร่ร่อนนอนริมทางไปทั่ว เคยถึงขั้นใช้มีดขู่ทำร้ายคนอื่น ทำให้หลายคนมาคอมเม้นท์กล่าวหาแสดงพฤติกรรมของหญิงวัย 56 รายนี้ไปต่าง ๆ นานา บางคนบอกว่าเป็นคนบ้าหากปล่อยไว้เกรงว่าจะสร้างปัญหาไปมากกว่านี้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ปัญหาโดยด่วน 

ล่าสุด วันที่ 4 ส.ค.66 นายชาติชาย น้อยสกุล ผู้อำนวยการกองการศึกษาเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และเป็นผู้ก่อตั้งสะพานบุญครูหนึ่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน, ตำรวจ สภ.เมือง, กอ.รมน.แม่ฮ่องสอน, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางลงพื้นที่ พบนางอัญชลี นอนหลับอยู่ภายในเต็นท์ลายพราง กางค่อมฟุตบาทกับพื้นที่เอกชนโดยมีผ้าเต้นท์ขนาดใหญ่ทำเป็นหลังคากางคุมเต้นท์นอนอีกชั้นหนึ่งเพื่อกันฝน ภายในเต็นท์ลายพรางมีผ้าปูนอน ผ้าห่ม หมอนครบครัน ด้านนอกมีกล่อง โต๊ะวางขายน้ำดื่ม น้ำส้ม กาแฟ เจ้าหน้าที่ จึงได้เรียกนางอัญชลี ลุกมาพูดคุย โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าจะขอให้นางอัญชลี ย้ายไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นฟุตบาทและอยู่หน้าร้านเอกชน ไม่สามารถให้มากางเต็นท์นอนอยู่บริเวณนี้ได้  แต่นางอัญชลี เริ่มจะมีอารมณ์และกำลังจะโวยวายให้ไปเรียกคนที่ไปร้องเรียนตนให้มาพบเพราะตนไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร เจ้าหน้าที่จึงพยายามอธิบายถึงข้อกฎหมายในการอยู่อาศัย เมื่อเห็นว่านางอัญชลี สงบลงและพูดจากฉะฉานไม่มีลักษณะขอคนบ้าหรือคนเสียสติแต่อย่างใด จึงให้นางอัญชลี เล่าชีวิตความเป็นมาให้ฟัง หลังจากรู้ถึงความเดือดร้อนของนางอัญชลี  นายชาติชาย จึงได้เสนอเงื่อนไข ขอให้นางอัญชลี ไปอยู่ในสวนของนายชาติชาย ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีบ้านให้พักอาศัย น้ำไฟพร้อม อยู่ฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทำให้นางอัญชลี ยินยอมให้รื้อเต็นท์ออกจากฟุตบาทและไปอยู่สถานที่แห่งใหม่เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่จะไม่ออกไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก พร้อมกับยกมือขอบคุณนายชาติชาย 

นางอัญชลี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า บ้านเดิมอยู่ที่อำเภอแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน รู้สึกดีใจมากที่ได้รับโอกาสจาก นายชาติชาย ในอดีตที่ผ่านมาตนเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้าคนหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นคนที่มีฐานะมีเงินพ่อสมควร เพราะสามีเป็นพ่อค้าไม้สักสาละวินในประเทศเมียนมาและลักลอบตัดไม้สักในฝั่งไทย ช่วงที่ค้าไม้สักในพม่าตนก็จะตามไปทุกครั้งเวลาปีนภูเขาไปดูไม้สักก็จะต้องเสพยาบ้า ทั้งเสพยาบ้า ทั้งดื่มเหล้า และค้ายาบ้าให้กับพ่อค้าไม้ด้วยกัน ต่อมาสามีถูกยิงตายที่จังหวัดเชียงราย ส่วนตนถูกจับติดคุกอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงถึง 10 ปี ช่วงนั้นเงินที่มีอยู่ก็หมดลง ขายที่ ขายบ้าน หลังออกจากคุกไม่มีเงิน ไม่มีที่อยู่อาศัย เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาบ้า ยาเสพติดทุกชนิด เร่ร่อนมาหลายจังหวัด ก็ไปขายไก่ย่างบนรถไฟที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี แต่ก็ยังดื่มเหล้าหนักมากเพราะความเครียด

เมื่ออายุมากขึ้นไม่สามารถปีนขึ้นลงรถไฟได้ จึงหันเหชีวิตออกจาก จ.สุราษฏร์ธานี มาขายของอยู่ในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ ญาติพี่น้องก็ไม่เอา ไร้ญาติขาดมิตร อาศัยกางเต้นท์นอนตามริมฟุตบาท แต่ก็ถูกไล่ที่ ไม่มีที่ซุกหัวนอน ชีวิตลำบากมาก จึงหันมาพึ่งเหล้า ไปบวชเป็นแม่ชี มา 3 เดือนแล้ว เมื่อเครียดก็จะดื่มเหล้าจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ครั้งแรกดื่มเบียร์ก่อน ต่อมาก็ดื่มเหล้าขาว 3 วัน 5 วัน ไม่กินข้าว กินแต่เหล้า เคยล้มบ่อยครั้งจนหน้าตาเป็นแผลก็มี ไปอยู่ที่ไหนก็ถูกไล่ที่ เร่ร่อนไปตามสถานที่ต่าง ๆ และถูกไล่มาตลอด นอนตามริมถนนเพราะไม่สามรถหาที่อยู่ได้ ไม่มีเงินติดตัว จนกระทั่งมากางเต็นท์อยู่หน้าทางเข้าสถานีขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อกินเหล้าจะไม่รู้สึกตัวพูดง่าย ๆ ก็มันหลุดโลกไปแล้ว ก็มีบ้างครั้งถือมีดไปด้วย บางทีเจอคนนั้นคนนี้ไม่สบอารมย์ก็อาจจะไปขู่คนโดยไม่รู้ตัวก็มี แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร  เมื่อมีที่อยู่ที่แน่นอนแล้วก็จะไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก ยาเสพติดตนเลิกมานานแล้ว ต่อไปจะไม่หันไปหาเหล้าเบียร์อีก เลิกเด็ดขาด เพราะได้ที่อยู่อาศัยจากสะพานบุญครูหนึ่งแล้ว

นายชาติชาย น้อยสกุล ผู้ก่อตั้งสะพานบุญครูหนึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า  สะพานบุญครูหนึ่ง เราช่วยเหลือทุกคนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ได้รับความเดือดร้อน ตั้งแต่เด็กไปจนถึงคนชรา แม้แต่คนตายเราก็ช่วยหาโลงศพให้  ในกรณีของนางอัญชลี ฯ ครั้งแรกทุกคนคิดว่าเป็นคนบ้า สติไม่ดี บางคนก็บอกว่าเป็นคนโมโหร้าย เกรงจะเป็นอันตรายต่อชาวบ้าน แต่เมื่อได้ยินคำพูดและรู้ประวัติความเป็นมาแล้ว ไม่ได้เป็นคนบ้า ดูแล้วไม่มีที่อยู่จริง ๆ ไร้ญาติขาดมิตรไม่มีคนดูแล ติดเหล้า ตนจึงเข้ามาช่วยเหลือให้ไปอยู่ในสวนฟรี เพื่อไม่ให้มาสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก