ผู้ว่าฯสุรินทร์คุมเข้มยาเสพติดตลอดแนวชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน 

ข่าวทั่วไทย1 ก.พ. 2568 • 09:48 น.
ผู้ว่าฯสุรินทร์คุมเข้มยาเสพติดตลอดแนวชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน 

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568  เวลา 09.00 น. นายชำนาญ  ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์เปิดเผยว่าในจังหวัดสุรินทร์จะมีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านคือกัมพูชาในพื้นที่ 4 อำเภอคืออำเภอพนมดงรัก   กาบเชิงสังขะ และอำเภอบัวเชดแต่ก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายการประกาศพื้นที่ที่มีการจำเป็นเร่งด่วนในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ตามประกาศของคณะกรรมการ  ป.ป.ส.พื้นที่ที่มีความเร่งด่วนตามมาตรา 5 ( 10 )แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด   ตามนโยบายของรัฐบาลแต่ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสกัดกั้นและปราบปรามเรื่องยาเสพติดในพื้นที่เรื่องยาเสพติดเท่าที่ตรวจเจอมักจะเป็นการลักลอบนำเข้าของผู้เสพรายย่อยเช่นที่ด่านถาวรชายแดนช่องจอมอำเภอกาบเชิง   ซึ่งมีการนำเข้าประมาณ 10-20 เม็ดเท่านั้นไม่มีการลักลอบขนเป็นขบวนการใหญ่ตลอดแนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนส่วนมากจะเป็นการลักลอบตัดไม้พะยูงของชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้ามาเจ้าหน้าที่ของเราตรวจจับได้อยู่เป็นประจำ

 

ในเรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ชายแดนถาวรช่องจอมไม่มีปัญหาเพราะการคุมเข้มที่ด่านช่องจอมที่มีทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตำรวจปกครองและตรวจคนเข้าเมืองที่ดูแลความเรียบร้อยได้เป็นอย่างดี  ส่วนเรื่องฝุ่นละออง pm 2.5 ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ไม่มีปัญหาไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ส่วนเรื่องการเผาทำลายป่าไม้ ไร่อ้อย ตอซังข้าวที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสุขภาพของชาวบ้านยังไม่มีและปรากฏถึงผลกระทบใดๆทั้งสิ้น

 

ด้าน พล.ต.ต.สุคนธ์   ศรีอรุณ  ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ กล่าวว่านโยบายเน้นหนักของรัฐบาลในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฝุ่น PM 2.5 ในเรื่องของยาเสพติดตำรวจสุรินทร์ทั้ง 33 สถานีมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดมีการคุมเข้มมาโดยตลอดไม่มีเรื่องการขนยาเสพติดผ่านจากชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน)กัมพูชา) จะมีแค่เป็นทางผ่านของยาเสพติดจากจังหวัดข้างเคียงของบ้านเราเอง   ตลอดแนวชายแดนจ.สุรินทร์ไม่มีเรื่องยาเสพติดอาจจะมีบ้างในเรื่องผู้เสพเข้าไปลักลอบนำเข้ามาเพื่อเสพเองและเรื่องการหลบหนีเข้าเมือง  การลักลอบตัดไม้พะยูงตามแนวชายแดนส่วนยาเสพติดที่มีการระบาดในพื้นที่ในเขตเทศบาลหรือตามรายชุมชนต่างๆมาจากการลักลอบจำหน่ายของผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น  

 

ส่วนแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากชายแดนไม่มีจะมีก็เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงพ่อแก่แม่เฒ่าในบ้านของเราเป็นส่วนมาก   ส่วนเรื่อง PM 2.5 ไม่มีปัญหาไม่มีผลกระทบต่อชาวบ้านในทุกพื้นที่