พ่อเมืองแปดริ้ว ลงพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จว.ภาคตะวันออก รับฟังปัญหาช้างป่าทำร้ายชาวบ้าน
วันที่ 14 ธ.ค.65 นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ พบกับชาวบ้าน อ.ท่าตะเกียบ เพื่อรับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะจากชาวบ้าน หลังเกิดเหตุช้างป่าทำร้ายชาวบ้านถึงแก่ความตายหลายรายทำให้ชาวบ้านระแวงอยู่กันอย่างหวาดผวาจนแมบไม่กล้าออกมาทำมาหากินเนื่องจากช้างป่าสามารถบุกเข้ามาในย่านชุมชน ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยชาวบ้านยื่นข้อเรียกร้องหลักๆ โดยขอให้ย้ายช้างตัวที่ดุร้ายออกนอกพื้นที่ จัดเวรยามเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง เยียวยาผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งมีการดูแลครอบครัวให้สามารถประกอบอาชีพ และให้การศึกษาแก่บุตรผู้เสียชีวิตในระยะยาว ขอให้ทางราชการทำคูกั้นช้าง เพื่อป้องกันช้างไม่ให้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ชุมชนที่ชาวบ้านอยู่อาศัย
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กำชับทุกหน่วยงาน โดยให้นายอำเภอท่าตะเกียบ รวบรวมข้อเรียกร้องจากชาวบ้าน และข้อเสนอบางอย่างที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลาง ซึ่งทางจังหวัดจะพยายามผลักดันและช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ
สำหรับจำนวนช้างในพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว และฉะเชิงเทรามีช้างป่าหลายร้อยตัวมบางตัวมีพฤษติกรรมดุร้าย ต้องจัดการเพื่อย้ายออกนอกพื้นที่ จากข้อมูลที่ได้รับจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน สามารถย้ายได้ทีละตัว ด้วยการยิงยาเพื่อให้ช้างซึม จากนั้นจึงเคลื่อนย้ายช้างใด้เพื่อให้ชาวบ้านรู้สึกปลอดภัยขึ้นทางจังหวัดได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานอนุรักษ์ และจัดการช้าง เพื่อบูรณาการร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการแก้ปัญหาช้างอย่างเป็นรูปธรรมนอกจากจะลงมาร่วมรับฟังปัญหาของชาวบ้านแล้วพ่อเมือง แปดริ้วใด้มอบเงินจำนวน 5,000 บ. ของมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้บุตรสาวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พุทธโสธร และเดินทางเยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และมอบเงินให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยได้รับจาก มูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ รายละ 20,000 บาทและยังมี กองทุนผู้ประสบภัยจากช้างป่า อ.ท่าตะเกียบ อบต.ท่าตะเกียบ การยางแห่งประเทศไทย มูลนิธิอนุรักษ์ (ช่วยเหลือสัตว์ป่า) มอบให้ด้วย
นอกจากนี้ จะได้เร่งตรวจสอบระเบียบการช่วยเหลือ จากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งรัดการเยียวยาผู้เสียหาย และผู้เสียชีวิต ให้ได้รับเงินเยียวยามากที่สุด และเร็วที่สุด ตามระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ต่อไปด้วย