กรมชลประทาน จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการบรรเทาอุทกภัยและบริหารจัดการน้ำฯในพื้นที่ ต.ทุ่ง อ.ไชยา

ข่าวทั่วไทย18 ก.พ. 2564 • 13:33 น.
 กรมชลประทาน  จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการบรรเทาอุทกภัยและบริหารจัดการน้ำฯในพื้นที่ ต.ทุ่ง  อ.ไชยา
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.10 น. ณ ที่ว่าการอำเภอไชยาจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเจริญศักดิ์ วงศ์สุวรรณ นายอำเภอไชยา เป็นประธานเปิด เวทีรับฟังความคิดเห็นการบรรเทาอุทกภัยและบริหารจัดการน้ำแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ในพื้นที่ตำบลทุ่ง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยกรมชลประทานมอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทซิกม่า ไฮโดรคอนซัลแทนท์ จำกัด, บริษัทฟลัดเวย์ จำกัด และบริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาในโครงการศึกษาการบรรเทาอุทกภัยและบริหารจัดการน้ำ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นของราษฎรในพื้นที่ นายพจน์ พิบูลย์ ผอ.กองช่าง อบต.ทุ่ง เปิดเผยว่า ด้วยลักษณะทางกายภาพของอำเภอไชยา เป็นที่ราบลุ่ม ในฤดูน้ำหลาก เป็นเส้นทางผ่านของน้ำจากบนเขา ก่อนไหลลงสู่ทะเล กอปรกับเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีร่องมรสุมพาดผ่าน มีฝนตกเป็นปริมาณมาก คูคลองลดจำนวนลงและตื้นเขิน เนื่องจากขาดการใช้งาน ทำให้ลดทอนประสิทธิภาพของการระบายน้ำในยามฝนตกหรือในฤดูน้ำหลาก ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร จึงได้จัดทำโครงการปรับปรุงฝายน้ำล้นคลองท่าโพธิ์ หมู่ 1 บ้านขนอน ตำบลทุ่ง เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำและเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภคและบริโภคของราษฎรในพื้นที่ วิธีดำเนินการมีการสำรวจปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของราษฎรในพื้นที่ ซึ่งราษฎรเห็นชอบเพื่อลดความเสียหายของพื้นที่การเกษตรในช่วงฤดูแล้งและหน้าฝน เป็นการเพิ่มศักยภาพและปริมาณการกักเก็บน้ำของฝายสำหรับให้เกษตรกรไว้ใช้เพื่อการเกษตรในหน้าแล้ง ผลจากการทำการปรับปรุงฝายน้ำล้นคลองท่าโพธิ์ ทำให้ลำห้วยมีขนาดกว้างและลึกเพิ่มขึ้น มีปริมาณการเก็บกักน้ำได้มากเป็นประโยชน์แก่ราษฎร ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ลำห้วยมีน้ำเพื่อใช้การเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งจะได้มีงานทำและมีรายได้ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐาน น้ำฝนอาจไร้ค่าและอาจสร้างปัญหาในยามที่มีมากเกินไป แต่หากฝนทิ้งช่วง นํ้าเพียงน้อยนิดก็มีคุณค่ามหาศาล ความไม่สมดุลนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการ “เก็บนํ้า” ด้วยพื้นฐานสังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกร “โคก หนอง นา โมเดล” ถือเป็นแนวคิดและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตคนไทยที่มีเกษตรกรเป็นฐานรากของสังคม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทางวิชาการต่างๆ ถูกนำมาปรับเป็นคำพูดที่ง่ายต่อการเข้าใจแล้วนำไปสอนและถ่ายทอดแก่ชาวนาเพื่อให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้และมีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อพื้นฐานชีวิตมีมาตรฐานมีความมั่นคงแล้ว ชีวิตคนไทยจึงจะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน