ลุ้นได้ผู้แทน ฝ่ายรัฐบาลทั้ง 4 เขต หาก พท. จับมือ ภท. ตั้งรัฐบาลจบ

ข่าวทั่วไทย8 ส.ค. 2566 • 13:26 น.โดย ปิยพงศ์ โพชะราช
ลุ้นได้ผู้แทน ฝ่ายรัฐบาลทั้ง 4 เขต หาก พท. จับมือ ภท. ตั้งรัฐบาลจบ

วันที่ 8 ส.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จ.นครพนม ความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังมีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้ง จากทั้งหมดพื้นที่ 4 เขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ได้ ที่นั่ง 2 เขต คือ เขต 1 ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สส.นครพนม เขต 1 พรรคเพื่อไทย เขต 2 คือ ดร.มนพร เจริญศรี (ส.ส.เดือน) สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย อีก 2 เขตเลือกตั้ง เป็นของ พรรคภูมิใจไทย คือ นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และเขต 4 คือ นายชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้การเลือกตั้งที่ผ่านมา ถือว่า มีการแข่งขันสูง เชือดเฉือนกันทุกรูปแบบ ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเป็นคู่แข่งทางการเมืองมาหลายสมัย 

จนกระทั่งล่าสุด นับเป็นที่น่าจับตามองของพี่น้องประชาชน และแวดวงการเมือง กับวลีเด็ดทางการเมือง คำว่า ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรสำหรับนักการเมือง เริ่มจะเป็นจริงอีกครั้ง ภายหลังมีข่าว พรรคเพื่อไทย กับพรรคภูมิใจไทย ออกมาแถลงข่าว ที่จะจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ร่วมกัน ทั้งที่เป็นคู่แข่งกันมาตลอด ทำให้ชาว จ.นครพนม ต้องออกมาลุ้นอีกทีว่า จะได้ผู้แทนราษฎร ที่เป็นฝ่ายรัฐบาล ทั้ง 4 เขต โดยมาจาก 2 ขั้วการเมือง อาจจะเป็นการพลิกวิกฤติเป็นโอกาสที่จะร่วมกันพัฒนา จ.นครพนม หากตัดปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมือง แต่ต้องลุ้นกันต่อไปว่า พรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย จะตั้งรัฐบาลสำเร็จหรือไม่

ขณะเดียวกัน ทางด้าน นายชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ได้โผล่ร่วมงาน รำลึกครบรอบ 58 ปี วันเสียงปืนแตก 7 สิงหาคม 2508 กับทีมอดีตสหาย บ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เพื่อประกาศจุดยืนที่จะสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย พร้อมยืนยันกับพี่น้องประชาชน ว่า ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงความขัดแย้งทางความคิดระหว่างรัฐบาล กับประชาชน เนื่องจากตนเคยผ่านสนามสงครามทางความคิดยุคสหาย คอมมิวนิสต์มาก่อน เพราะมีตำแหน่ง อาสาสมัครรักษาดินแดน มาก่อน ที่ทำงานให้กับรัฐบาล อีกทั้งยังเป็นลูกหลานของกลุ่มสหาย จึงถูกมองว่า เป็นคนสองแพ่ง มาก่อน ยอมรับเจ็บปวดเสมอเพื่อนึกถึงอดีต จึงเข้าใจพี่น้องประชาชนมาตลอด ถึงปัจจุบันการเมืองจะเปลี่ยนแปลง ยืนยันพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างประชาชน ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น