จิตอาสาสตูล บำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาศาสนสถาน“เราทำความดี ด้วยหัวใจ”
จิตอาสาสตูล บำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาศาสนสถาน“เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
วันที่ (23 ก.พ. 67) ที่บริเวณน้ำตกโตนปาหนัน หมู่ที่ 5 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล นายชัยวุฒิ บัวทอง ปลัดจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกโตนปาหนัน ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาดเก็บกวาดขยะมูลฝอย และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในบริเวณพื้นที่น้ำตกโตนปาหนันให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และสวยงามสะอาดตาแก่นักท่องเที่ยว พร้อมร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงกระทำคุณงามความดีนานัปการ ซึ่งตลอดระยะเวลาตั้งแต่พระราชสมภพ ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อ วันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2367 สิริพระชนมายุได้ 57 พรรษา โดยทรงอยู่ในสิริราชสมบัติ 15 ปี โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองและป้อมปราการต่าง ๆ ขึ้นมากมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าศึกเข้ามาถึงพระนครได้โดยง่าย ถือว่ารับหน้าที่ในการบริหารงานราชการในกรมกองต่างๆ เท่ากับเป็นการให้เสนาบดีได้มีการปรึกษาข้อราชการก่อนจะนำความขึ้นกราบบังคมทูล ทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้ผ่อนผันการเข้ารับราชการของพลเมืองชายเหลือเพียงปีละ 3 เดือน พระองค์ได้ทรงส่งเสริมข้าราชการผู้มีความรู้ความสามารถให้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ตามถนัด
พระองค์มีพระราชประสงค์ให้พลเรือนของพระองค์เป็นคนดี จึงได้ทรงออกพระราชบัญญัติเรื่อง ห้ามเลี้ยงไก่ เลี้ยงนก เลี้ยงปลากัด ไว้ชน กัด หรือทำการอื่นๆ เพื่อการพนัน และออกพระราชกำหนด ห้ามสูบฝิ่น ขายฝิ่น ซื้อฝิ่น พร้อมทรงกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน ทำให้ประเทศไทยไม่เกิดสงครามฝิ่นแบบต่างชาติ และทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาอย่างมากมาย รวมทั้งโปรดเกล้าฯให้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชวราราม โดยสร้างพระอุโบสถพระปรางค์ พร้อมทั้งพระวิหารขึ้นใหม่ เพื่อเป็นพระอารามประจำรัชกาล ส่วนด้านศิลปวัฒนธรรมทรงมีพระอัจฉริยภาพในงานศิลปะหลายสาขา ทั้งทางด้านประติมากรรม ด้านการดนตรี แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นในด้านวรรณคดี จนอาจเรียกได้ว่ายุคนี้เป็นยุคทองของวรรณคดีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ทรงเป็นกวีเอก ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีไว้หลายเล่มด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรในสมัยรัชกาลที่ 6 ว่าเป็นยอดกลอนบทละครรำอีกด้วย