โครงการชลประทานอ่างทอง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมชี้แจงสภาพปัญหาของคันคลองระบายใหญ่สุพรรณ 3 ในเขตพื้นที่อำเภอวิเศษชัยชาญ
วันที่ 12 กันยายน 2564 เวลา 11.00 น. นายสมชายธนินทร์ พ่วงสุวรรณ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอ่างทอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมชี้แจงสภาพปัญหาของคันคลองระบายใหญ่สุพรรณ 3 ที่เกิดน้ำล้นตลิ่งพร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของราษฎรในเขตพื้นที่ ตำบลสาวร้องไห้ และตำบลไผ่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง โดยมี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิจารณาแนวทางแก้ไข และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาในพื้นที่ดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้จังหวัดอ่างทอง ได้รับแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 จากกรม
ชลประทาน ว่า สืบเนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยมีฝนซุกหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคกลาง การคาดหมายของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 10-13 กันยายน 2564 ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรง
ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่งผลให้มีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ณ วันที่ 11 กันยายน 2564 เวลา18.00 น. ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 903 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สมทบกับแม่น้ำสะแกกรัง ผ่านสถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี วัดได้ 34 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีโดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ระดับ +15.68 ม.รทก. ระดับท้าย +10.06 ม.รทก. ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 8.0 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 1,300 - 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่ง รวมจำนวน 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะเดียวกันกรมชลประทานต้องเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 800 - 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน บริเวณตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.50 เมตร ในช่วงวันที่13-16 กันยายน 2564
ทั้งนี้ กรมชลประทานจะควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการบริหารจัดการน้ำเต็มศักยภาพของพื้นโดยมีให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร หากมี
ปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้น ที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทาน จะแจ้งให้ทราบต่อไปดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ จังหวัดอ่างทอง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้าง เขื่อนป้องกันลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด