“งานแข่งขันเรือยาวประเพณี จ.บุรีรัมย์” นทท.ไทย-เทศ แห่ชมงานคึกคัก เงินสะพัดกว่า 30 ล้าน
นายกเทศมนตรีตำบลสตึก จ.บุรีรัมย์ เผยหลังสิ้นสุด “งานแข่งขันเรือยาวประเพณี จังหวัดบุรีรัมย์ ประจำปี 2565” เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์งานประเพณีของท้องถิ่น ทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แห่ร่วมงานคึกคัก ส่งผลให้มีเงินสะพัดภายในจังหวัดไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท
วันที่ 7 พ.ย.65 นายวีรวิชญ์ พีรยศพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ภายหลังสิ้นสุดการจัด “งานแข่งขันเรือยาวประเพณี จังหวัดบุรีรัมย์ ประจำปี 2565” ระหว่างวันที่ 5-6 พ.ย.2565 ที่ผ่านมา ซึ่ง จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อำเภอสตึก เทศบาลตำบลสตึก ส่วนราชการ บริษัท ห้างร้าน และพี่น้องประชาชน ในอำเภอสตึก ได้ร่วมกันจัดขึ้น ณ ลำน้ำมูล สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา หน้าที่ว่าการอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์งานประเพณีของท้องถิ่น อีกทั้ง ยังจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นสื่อในการที่จะเชื้อเชิญให้แขกต่างถิ่นได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอีกทางหนึ่ง ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมจะดีขึ้น และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย
โดยการจัดงานมีกิจกรรมมากมาย ทั้งขบวนแห่เทิดพระเกียรติ ขบวนแห่ชุมชน 3 เผ่า ขบวนนางรำ ขบวนช้างแห่ ซึ่งบ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาวจังหวัดบุรีรัมย์เป็นการสื่อถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของท้องถิ่น
ซึ่งทาง “หม่ำ จกม๊ก” ได้มาร่วมงาน สร้างสีสันทำให้บรรยากาศคึกคักมากขึ้น เรียกเสียงฮาหัวเราะ ให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่มาเที่ยวชมงานเป็นอย่างมาก
สำหรับในปีนี้ มีเรือยาวจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 29 ลำ แบ่งการแข่งขันเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทเรือไม้ ก ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 55 ฝีพาย จำนวน 8 ลำ ประเภทเรือไม้ ข ขนาดกลางไม่เกิน 40 ฝีพาย จำนวน 10 ลำ ประเภทเรือท้องถิ่น เรือโลหะไม่เกิน 36 ฝีพาย จำนวน 11 ลำ มีที่เดียวของประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีมหรสพรื่นเริงต่างๆ การจัดการแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากทุกท้องถิ่น ของกินของดีเมืองสตึก ให้ประชาชนที่มาเที่ยวงานได้เลือกซื้อไปเป็นของฝาก และของที่ระลึก ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชาวบ้าน และผู้ผลิตสินค้าโอท็อปได้เป็นอย่างดี
นายวีรวิชญ์ กล่าวต่อว่า ตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ และจากต่างจังหวัด รวมถึงชาวต่างชาติ เดินทางมาเที่ยวชมงานกันอย่างคึกคัก ซึ่งคาดการณ์ว่าตลอดการจัดงาน ทำให้มีเงินสะพัดในจังหวัดไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท