รองผู้ว่าฯยโสธร นำภาครัฐและปชช.ทำบุญตักบาตรวันธรรมสวนะวัดสิงห์ท่า
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่6 กันยายน 2564 ที่วัดสิงห์ท่าตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผู้ว่าราชการ จังหวัดยโสธร เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังธรรมเทศนาและเจริญจิตภาวนา เนื่องในวันธรรมสวนะ วันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 โดยพระครูอนุรักษ์วรดิตถ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองยโสธร เจ้าอาวาสวัดสิงห์ท่า ประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีอัยการคุ้มครองสิทธิ์ พร้อมด้วยพัฒนาการจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา นายอำเภอเมืองยโสธร นายอำเภอทรายมูล ประชาสัมพันธ์จังหวัด พร้อมด้วยคณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี ตามที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร ได้จัดโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรม วันธรรมสวนะ ประจำปี 2564 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรมคำสอน ทางพระพุทธ ศาสนามาประพฤติปฏิบัติ โดยการประกอบพิธีทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังธรรมเทศนา และเจริญจิตภาวนา ในวันธรรมสวนะ ที่ตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 เป็นวันทำบุญข้าวประดับดิน ซึ่งเป็นประเพณีหนึ่งในฮีตสิบสอง ของชาวอีสาน หรือที่เรียกว่า บุญเดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน เป็นบุญที่ทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ เปรต (ชาวอีสานบางถิ่นเรียก เผต) หรือญาติมิตร ที่ตายไปแล้ว ข้าวประดับดิน ได้แก่ ข้าวและอาหารคาวหวาน พร้อมหมากพลู บุหรี่ ที่ห่อด้วย ใบตอง กล้วย นำไปวางไว้ตามใต้ต้นไม้ แขวนไว้ตามกิ่งไม้ ตามบริเวณกำแพงวัดบ้าง หรือวางไว้ ตามพื้นดิน เรียกว่า “ห่อข้าวน้อย” พร้อมกับเชิญวิญญาณของญาติมิตร มารับ ซึ่งจะทำกัน ในช่วงก่อนรุ่งสาง
จากนั้นในตอนเช้าพุทธศาสนิกชน ก็จะนำภัตตาหารไปถวายแด่พระภิกษุ สามเณร เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตายโดยมูลเหตุของความเป็นมา ของการทำบุญข้าวประดับดินนี้ เกิดจากความเชื่อตามนิทาน ธรรมบท ว่า “ญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ได้ยักยอกเงินวัดไปเป็นของตนเอง ในสมัยพระกัสสปะ พุทธเจ้า ครั้นตายไปแล้ว ไปเกิดเป็นเปรตในนรกตลอดพุทธันดร เมื่อพระเจ้าพิมพิสาร ถวายทาน แด่พระพุทธเจ้า ในภัททกัปป์นี้ ก็ไม่ได้ตรวจน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่พวกญาติเหล่านั้น พอตกกลางคืนพวกเปรตญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ได้มาส่งเสียงร้องอันโหยหวน และแสดง รูปร่างน่ากลัวให้แก่พระเจ้าพิมพิสารได้ยินและเห็น พอเช้าวันรุ่งขึ้น ได้เสด็จไปถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงเล่าเรื่องราว ที่เป็นมูลเหตุให้พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงทราบ พระเจ้าพิมพิสาร ได้ทำบุญถวายทานอีก แล้วทรงอุทิศส่วนกุศลไปให้ พวกญาติที่ตายไปแล้วได้รับส่วนกุศลแล้ว ได้มาแสดงตนให้พระเจ้าพิมพิสารเห็นและทราบว่า ทุกข์ที่พวกญาติได้รับนั้นทุเลาเบาบางลงแล้ว เพราะการอุทิศส่วนกุศลของพระองค์” ชาวอีสานจึงถือเอามูลเหตุนี้ ทำบุญข้าวประดับดิน ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน