ปภ.สมุทรสาคร "รณรงค์คุมเข้มขับขี่ปลอดภัย" เพิ่มวินัยจราจร-ให้นักเรียน  

ข่าวทั่วไทย12 ก.ย. 2566 • 12:43 น.โดย มานพ พฤฒิวโรดม
ปภ.สมุทรสาคร "รณรงค์คุมเข้มขับขี่ปลอดภัย" เพิ่มวินัยจราจร-ให้นักเรียน  

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.66 ที่ รร.สมุทรสาครวุฒิชัย ต.บางปลา อ.เมืองสมุทรสาคร  นายณรงค์ รักร้อย ผวจ.สมุทรสาคร ในฐานะตัวแทนเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความมั่นคง และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ภายใต้กรรมหลัก “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เพิ่มวินัยจราจร เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน” โดยมี ร้อยตำรวจตรีสัณฐิติ ธรรมใจ หน.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรสาคร, ร.ต.ประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร พร้อมผู้ได้รับเกียรติมาร่วมงาน ในพิธีเปิดโครงการอบรมฯโดยมี วิทยากรจาก สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ, สำนักงานขนส่งฯสมุทรสาคร, ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร, สาธารณสุขจังหวัดฯ, พร้อมด้วย บริษัท ฮอนด้าสกลการวัฒนา จำกัด  ฐานะผู้ร่วมให้การสนับสนุน 

โดยในการนี้สืบเนื่องจากปัจจุบันพบมีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน จากอุบัติเหตุทางท้องถนนและมียังคงแนวโน้มอาจสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่สอดคล้องเป็นไปตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้มีการเกิดอุบัติเหตุจำนวนหลายประการ อาทิเช่น การขับรถเร็วเกิน กม.กำหนด, ไม่สวมหมวกนิรภัย, เมาแล้วขับ, ไม่เคารพกฎจราจร  และไม่มีอุปกรณ์หมวกนิรภัยเพื่อป้องกันตนเอง แม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานได้พยายามให้ความรู้และความเข้าใจถึงอันตรายต่างๆ เป็นต้น ตลอดจนการตั้งด่านตรวจจับผู้กระทำความผิดจำนวน 10 มาตรการหลัก และการช่วยดำเนินการซ่อมและปรับปรุงผิวจราจรเพื่อความปลอดภัยในจุดเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้บ่อยครั้ง นอกจากนี้รวมถึงด้านการฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน และการสื่อสารต่างๆ อย่างเต็มที่ในการใช้รถใช้ถนน 

ด้านทาง ร.ต.สัณฐิติ ธรรมใจ สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ดังนั้นจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาอุบัติเหตุจึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวนี้ขึ้น และให้มีการเพิ่มสัดส่วนของผู้สวมหมวกนิรภัยอย่างต่อเนื่อง ที่ยังมีการกำหนดในกลุ่มเป้าหมายหลักๆ ก็คือ โรงเรียนหรือสถานศึกษา และสถานประกอบการ เพื่อให้ร่วมดำเนินการงานส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยอย่างเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์  รวมถึงการให้ความรู้แก่นักเรียนและเยาวชน ในขณะที่กำลังเติบโตไปตามลำดับ ซึ่งถือว่าเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคตและเป็นกลุ่มเป้าหมายอันสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป