รองผู้ว่าฯ ตรัง ร่วมประชุมเพื่อแถลงผลงานการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง

ข่าวทั่วไทย6 มิ.ย. 2565 • 16:04 น.
รองผู้ว่าฯ ตรัง ร่วมประชุมเพื่อแถลงผลงานการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง

 

รองผู้ว่าฯ ตรัง ร่วมประชุมเพื่อแถลงผลงานการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/65 และการเตรียมรับมือฤดูฝน ปี 2565 พร้อมรับมอบนโยบายจากรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ)

วันนี้ (6 มิ.ย.2565) ที่ห้องปฏิบัติราชการ นายภูวนัฐ สมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมการประชุมเพื่อแถลงผลงานการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/65 และการเตรียมรับมือฤดูฝน ปี 2565 พร้อมรับมอบนโยบายการเตรียมรับมือฤดูฝน ปี 2565 จากรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ณ ห้องแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ผ่านระบบ Facebook Live

 

ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ แถลงผลงานการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/65 ได้ดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/65 ตามที่ สทนช.เสนอ รวม 9 มาตรการ ได้แก่ 1)เร่งเก็บกักน้ำ ฤดูแล้งปี 64/65 จำนวน 61,849 ล้าน ลบ.ม. 2) จะหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ 3) ปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตร 4) กำหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ติดตาม กำกับ ให้เป็นไปตามแผน 5) วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ส่งเสริมสนับสนุนการเพาะปลูก 6) เตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ 7) เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ 4 แม่น้ำสายหลัก สายรอง 8) ติดตามประเมินผล  ติดตามสถานการณ์รายสัปดาห์ รายเดือน 9) สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแผนจัดสรรน้ำ โดยการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและการประหยัดน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ 1 พ.ย. 2564 – 30 เม.ย.2565 จำนวน 1,539 ครั้ง

 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้มอบนโยบาย 4 ข้อ  ประกอบด้วย

1.ขอให้ทุกหน่วยจัดเตรียมแหล่งน้ำสำรองสำหรับการผลิตน้ำประปา    รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่จะต้องจัดหาแหล่งน้ำสำรอง   เพื่อลดการพึ่งพิงน้ำในลุ่มน้ำหลัก    เพื่อปฏิบัติตามมาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด    ให้จัดทำแผนปฏิบัติการรายพื้นที่ให้ชัดเจนและติดตามสถานการณ์   รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและดำเนินการตามแผนจะเผชิญเหตุ     พร้อมทั้งวางแผนเก็บน้ำสำรองทุกแหล่ง   ทั้งน้ำผิวดินและใต้ดินไว้รองรับในช่วงฤดูแล้งหน้าด้วย

2.  ให้ความสำคัญต่อบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการลุ่มน้ำและคณะกรรมการน้ำจังหวัดที่แต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 โดยต้องร่วมการบูรณาการข้อมูลจัดทำแผนปฏิบัติการและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรน้ำในระดับพื้นที่    เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและการยอมรับของทุกภาคส่วน

 

3.  หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ  ทั้งงบปกติและงบกลาง   สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทากันเกิดอุทกภัยและภัยแล้ง  เช่น   การปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำ   การกำจัดผักตบชวาและเตรียมความพร้อมพื้นที่เพื่อรองรับน้ำหลาก   ขอให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

4.  สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำ    รวมถึงเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายภาคประชาชนสำหรับการบริหารจัดการน้ำในชุมชนเพื่อสนับสนุนและแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำของประเทศให้มีความยั่งยืนต่อไป.