เกษตรอำเภอค้อวังแนะนำเกษตรกรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสใช้พื้นที่น้ำท่วมปลูกผักบุ้งแก้วและผักก้านจองสร้างรายได้
วันที่ 28 พ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่บ้านดงมะหรี่ หมู่ที่ 2 ตำบลค้อวัง อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร นายถวิล เศษบุบผา เกษตรอำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอค้อวัง ได้ลงพื้นที่เยี่ยม นางอำนวย หอมอ่อน อายุ 67 ปี เกษตรกรที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสจากพื้นที่ทำการเกษตรปลูกข้าวนาปีที่มีน้ำท่วมขังผลผลิตเสียหาย เกิดอุทกภัยทุกปี จึงมีความคิดปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวจำนวน 3 ไร่ ของตัวเองมาปลูกผักบุ้งแก้ว และผักก้านจอง เพื่อส่งขายให้กับตลาด สร้างรายได้วันละ ไม่ต่ำกว่า 500 - 700 บาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ใช้พื้นที่ทำนาปลูกข้าวแล้วต้องประสบกับสภาวะการขาดทุน เพราะที่นามีสภาพเป็นแอ่งกระทะ ทำให้น้ำท่วมขังและเกิดอุกทภัยแทบทุกปี
ด้าน นายถวิล เศษบุบผา เกษตรอำเภอค้อวัง กล่าวว่า ที่นาเป็นที่ลุ่มต่ำลักษณะเหมือนแอ่งกระทะ ทำให้การทำนาช่วงฤดูฝนได้ผลผลิตไม่ดีนัก เพราะแปลงนาจะถูกน้ำท่วมบ่อยครั้ง จึงได้เสนอแนวทางที่จะนำเอาพืชชนิดอื่นมาปลูกทดแทน โดยแนะนำให้ปลูกผักบุ้งแก้วและ ผักก้านจอง ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำเป็นพิเศษ ที่ตอบโจทย์กับสภาพพื้นที่
ส่วนนางอำนวย หอมอ่อน กล่าวว่า ผักบุ้งแก้วและผักก้านจอง ปกติสามารถเก็บส่งขายได้ทุกวัน แบ่งเก็บเป็นล็อกๆ วันละประมาณ 500-800 บาท ซึ่งเดือนหนึ่งจะมีรายได้ประมาณ 15,000-20,000 บาท ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงบ้านทุกวัน ถือเป็นรายได้หลักของครอบครัวไปแล้ว สำหรับวิธีการปลูกก็นำท่อนพันธุ์มาปักลงในแปลงคล้ายการปลูกข้าว จากนั้นก็ให้ปุ๋ยทางน้ำและทางใบ ใช้เวลาครึ่งเดือนก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ส่วนต้นทุนก็น้อยให้ปุ๋ยแค่เล็กน้อยก็อยู่ได้ยาวเป็นเดือน ศัตรูพืชหรือโรคต่างๆ ก็ไม่มี ระวังเพียงแมลงตับเต่าเท่านั้น ซึ่งการปลูกผักบุ้งแก้วและผักก้านจอง สามารถสร้างรายได้ดีกว่าการปลูกข้าวนาปี ที่ลงทุนปลูกข้าวทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าไถ ค่าแรง ค่าเก็บเกี่ยว และต้องเสี่ยงกับสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน และเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยอีกด้วย