ยโสธรจัดงานรัฐพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 

ข่าวทั่วไทย11 ก.ค. 2567 • 15:44 น.โดย สมหมาย พาลพล
ยโสธรจัดงานรัฐพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 

วันที่ 11ก.ค.67 ที่หอประชุมจังหวัดยโสธร  ศาลากลางจังหวัดยโสธร  นายชรินทร์  ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานงานรัฐพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วันที่ 11 กรกฎาคม 2567  โดยมี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ศาล ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร  หัวหน้าส่วนราชการ และพสกนิกรชาวจังหวัดยโสธร ร่วมพิธี  โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้นำกล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องในวันที่ระลึกวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วันที่  11 กรกฎาคม 2567

มติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันที่ 11 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ทรงมีต่อแผ่นดินไทย ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญตลอดรัชกาลของพระองค์ ทั้งด้านการทหาร วรรณคดี และการทูต สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าปราสาททอง พระมหากษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา กับพระราชธิดาของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อแรม 2 ค่ำ เดือน 12 จุลศักราช 1018 ปีวอก ตรงกับวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2199 มีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา ขณะมีพระชนมายุ 25 พรรษา หลังจากประทับในกรุงศรีอยุธยาได้ 10 ปี พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองลพบุรีขึ้นเป็นราชธานีแห่งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2209 และเสด็จไปประทับที่ลพบุรีทุก ๆ ปี ครั้งละเป็นเวลานานหลายเดือน พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อ วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2231 ที่พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี รวมครองราชสมบัติเป็นเวลา 32 ปี มีพระชนมายุ 56 พรรษา ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเล่าว่า เมื่อแรกเสด็จพระบรมราชสมภพนั้น พระญาติเห็นพระโอรสมีสี่กร พระราชบิดาจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “พระนารายณ์ราชกุมาร” ส่วนในคำให้การชาวกรุงเก่าและคำให้การขุนหลวงหาวัด เล่าว่า เมื่อเพลิงไหม้พระที่นั่งมังคลาภิเษก พระโอรสเสด็จไปช่วยดับเพลิง ผู้คนเห็นเป็นสี่กร จึงพากันขนานพระนามว่า “พระนารายณ์“