สตูลพบที่อาศัยมนุษย์โบราณหลุมฝังศพและสุสานหอยโข่งนับล้านตัว

ข่าวทั่วไทย21 มี.ค. 2566 • 14:35 น.
สตูลพบที่อาศัยมนุษย์โบราณหลุมฝังศพและสุสานหอยโข่งนับล้านตัว

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่เพิงผาเขาพระยาบังสา (ริมสวนยางพาราในหมู่บ้าน) “เขตห้ามล่าสัตว์ป่า  หนองปลักพระยา  เขาระยาบังสา”   หมู่ที่ 3 ตำบลย่านซื่อ  อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ค้นพบสุสานหอยโข่งโบราณในสตูลมาแล้วกว่า 20 แห่ง  พิกัดนี้คือใหญ่ที่สุด  สุสานหอยโข่งโบราณนับล้านตัวในชั้นดินตลอดแนว ที่ทับถมกันบริเวณเพิงผา  เป็นที่ราบเล็กๆสูงจากระดับดินข้างล่างราว 12 เมตร  ห่างจากคลองสายหลัก 500  เมตร  ห่างจากทะเลราว 20 กม.  บางส่วนนั้นกลายเป็นฟอสซิลติดอยู่ในก้อนหินริมหน้าผาเพราะโดนน้ำหินปูนไหลเคลือบ   มีหลายตัวหลุดกลิ้งอิสระเพ่นพ่านตามหน้าดิน    ปะปนร่วมกับกระดูกสัตว์หลายชนิด  รวมไปถึงเปลือกหอยจากทะเล   ซึ่งอยู่ในพิกัดเพิงผาริมภูเขาใต้หน้าผาที่สูงชัน

โดยนายกำพลศักดิ์ สัสดี นักสำรวจถ้ำจังหวัดสตูล กล่าวว่า ตลอด 25 ปีที่สำรวจถ้ำมาไม่ต่ำกว่า  300 แห่งในจังหวัดสตูลนั้น  และพบถ้ำที่สวยงามมากมายได้บันทึกภาพโพสต์สื่อโซเซียล  มีการต่อยอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ  อาทิ   (ที่เด่น ๆ ถ้ำภูผาเพชรในยุคแรก ๆ , ปราสาทหินพันยอด, และถ้ำโตนดิน) 

ซึ่งครั้งนี้พบความพิเศษของถ้ำที่นี่เมื่อ 20 ปีก่อนที่ตนเคยพบ  และจะเวียนมาดูซ้ำ ๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ซึ่งความพิเศษพิกัดนี้   เชื่อว่าเป็นแหล่งอาศัยมนุษย์ยุคประวัติศาสตร์  เคยมีการตรวจสอบอายุแล้วอย่างเป็นทางการ  พบว่ามีอายุที่ประมาณ 3,500 ปี  ถึง 19,000  ปีก่อน และอาจมีเก่าแก่กว่านั้น     เป็นชนเผ่านึงที่เคยอาศัยกระจายตัวไปทั่วในดินแดนนี้     

หลังพบขวานหิน  2 เล่ม  เครื่องประดับจากเขาสัตว์  ซากอาหารโบราณ (อย่างหอยโข่ง  สัตว์น้ำจืด) ชุดฟันกรามขนาดใหญ่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนึง   ปลายเขาสัตว์ ประเภทเก้ง หรือกวาง  เชื่อว่ามีการใช้พื้นที่แห่งนี้สำหรับอาศัยและดำรงชีพ  และยังพบสุสานคนยุคโบราณ   มีการฝังศพตามเพิงถ้ำ  พบจำนวน  10  ร่าง  มีการฝังศพด้วยการหันหัวไปทางทิศตะวันออก  ใช้หินเรียงปิดหน้าหลุม  (เชื่อว่าเป็นชนเผ่าโบราณ) ที่อาศัยตามชายฝั่งอันดามันยาวไปถึงมาเลเซีย

สำหรับการค้นพบในครั้งนี้นายกำพลศักดิ์ ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง  สำนักศิลปกรที่ 11 สงขลา  เข้ามาสืบค้นตามหลักวิชาการ  ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นฐานความรู้ให้ประชาชนที่สนใจได้และอาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหนึ่งแห่ง