ตำรวจร้อยเอ็ด สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันอาชญากรรม
วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00 น.ณ ห้องประชุมมทาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด พ.ต.อ.ศิรสัณท์ เยื้อนสงวนชัย รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด กล่าวถึงโครงการสร้างเครื่อข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปีงบประมาณ 2566 ปัญหาอาชญากรรมในปัจจุบันและอนาคตมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลกระทบกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทำให้ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำความผิดอาญาการป้องกันอาชญากรรมจำเป็นต้องมีการบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ให้มีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม โดยการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน เด็กและเยาวชน บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชนสนับสนุนเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการเฝ้าระวังป้องกันอาชญากรรมและร่วมรับผิดชอบต่อสังคมให้ปลอดภัยจากปัญหาอาชญากรรมจากความสำคัญดังกล่าว
ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด จึงได้จัดทำโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบลขึ้นเพื่อเป็นการแสวงหาความร่วมมือทุกภาคส่วน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขอาชญากรรมในพื้นที่ อันจะส่งผลให้การปฏิบัติงาน/ของสถานีตำรวจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบลเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้ประชาชน เด็กและเยาวชน องค์กรภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมและช่วยเหลือสนับสนุนเป็นเครือข่าย ในการเฝ้าระวังป้องกันอาชญากรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ประชาชน เด็กและเยาวชนได้รู้เท่าทัน และสามารถ ป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ผู้เข้ารับการอบรม ข้าราชการตำรวจ จำนวน 165 นาย ภาศประชาชน สภ.ละ 50 คนรวม 1,650 คน จาก 33 สถานีตำรวจโดยวิทยากรจาก ข้าราชการตำรวจ จำนวน 5 นาย (ครู ก.) ที่ผ่านการอบรมจาก ตร.วิทยากรจิตอาสาพระราชทาน จากตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด
สถานที่ฝึกอบรม หอประชุมมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ดอบรม ระหว่างวันที่ 13 - 16 ธันวาคม 2565 โดยแบ่งเป็น 4 รุ่น (รุ่นที่ 1 จำนวน 450 คน รุ่นที่ 2,3,4 รุ่นละ 400 คน/วัน) ประชาชน เด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่องค์กรภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชน สามารถป้องกันตนเองจากอาชญากรรม และเข้ามามีส่วนร่วม ช่วยเหลือสนับสนุนเป็นเครื่อข่ายในการป้องกันอาชญากรรม และสามารถถ่ายทอดความรู้พื้นฐานในการป้องกันอาชญากรรมประชาชนในพื้นที่ทุกตำบลมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มขึ้นประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ