ตำรวจตรวจสอบรถเก๋งที่รับหนุ่มไปทำงานสระแก้วโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์พบเป็นคนในพื้นที่อำเภอสตึก
แม่วัย 38 ปี ที่ขับมอเตอร์ไซค์ไล่กวดรถเก๋งคัมรี่ ที่เข้ามารับลูกชายถึงบ้าน เพื่อจะเอาไปทำงานที่จังหวัดสระแก้ว จนได้ลูกชายคืนกลับมา ตำรวจเจอแล้วเป็นรถเก๋งของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่พบรถและคนขับ เจอเพียงตารับว่าหลานจ้างส่งคนได้เที่ยวละ 5 พัน ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัว
วันที่ 18 มี.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากกรณี น.ส.สุธิญา อายุ 38 ปี อยู่ หมู่ 1 ต.โนนขวาง อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมเล่าเหตุการณ์และนาทีที่สามารถติดตามเอาลูกชายอายุ 19 ปี ซึ่งป่วยเป็นออทิสติก กลับคืนมาได้ระหว่างที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กำลังพาลูกชายขึ้นรถไปอ้างว่าจะให้ไปทำงานที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยก่อนหน้านี้ลูกชายเคยบอกว่าอยากจะไปทำงานที่จังหวัดสระแก้ว เพราะมีคนชวนไปได้เงินเดือน 20,000 บาท ซึ่ง น.ส.สธิญา ผู้เป็นแม่ได้ห้ามไม่ให้ไปเพราะคิดว่าน่าจะไปทำงานเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างแน่นอน
จนกระทั่งวันเกิดเหตุนายเลย์ ลูกชาย น.ส.สุธิญา แจ้งกับแม่อีกครั้งว่าจะไปทำงานแล้ว น.ส.สุธิญา จึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์มาดูที่บ้านพัก และเห็นรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่สีดำ ทะเบียน ขม 8355 ระยอง มารับลูกชายขึ้นรถไปต่อหน้า จึงขับรถไล่ตามจนได้ตัวลูกชายกลับมาดังกล่าว
ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมือง บุรีรัมย์ได้ตรวจสอบเลขแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ขม 8355 ระยอง พบว่ามีชื่อของนายสุพจน์ หรือเปา อายุ 31 ปี ชาว ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เป็นผู้ครอบครอง ซึ่ง น.ส.สุธิญา ได้ชี้ยืนยันตัวบุคคลเป็นบุคคลเดียวกันกับคนขับรถมารับลูกชายไป
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บ้าน หมู่ 12 ต.ร่อนทอง อ.สตึก ซึ่งเป็นบ้านของนายเปา ที่มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถ ปรากฏว่าไม่พบตัวนายเปาและรถคันดังกล่าว พบเพียงตาของนายเปาเล่าให้นักข่าวฟังว่า รถคันสีดำเป็นรถของหลานจริง หลานมีหน้าที่รับส่งคนไป อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 5,000 บาท บางครั้งรับคนไปส่งจังหวัดหนองคาย ประมาณ 10-15 วันจะแวะมาหาตาครั้งหนึ่ง หลานทำมาได้ประมาณ 2 ปีแล้วตอนนี้ก็ออกไปหารับคนตามใบสั่ง