เลขารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯเปิดงาน“วันยางพารา” ที่จันทบุรีชูมิติใหม่นวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง

ข่าวทั่วไทย9 เม.ย. 2568 • 22:02 น.
เลขารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯเปิดงาน“วันยางพารา” ที่จันทบุรีชูมิติใหม่นวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง

วันที่ 9 เม.ย. 68 ที่ ลานขนถ่ายสินค้า องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ต.ท่าช้าง อ.เมืองจันทบุรี นางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันยางพาราและพิธีรำลึกคุณูปการ หลวงราชไมตรี (ปูม ปุณศรี) บิดาแห่งยางพาราภาคตะวันออก ประจำปี 2568 โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวต้อนรับ และ นายณรงศักดิ์ ใจสมุทร รองผู้ว่าการด้านธุรกิจการยางแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราร่วมงาน 

โดยภายในงาน ได้จัดนิทรรศการแสดงนวัตกรรมและสินค้ายางพารา เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม อาทิ  หุ่นยนต์กรีดยางพาราระบบเคเบิ้ล เครื่องมือตรวจอากาศพยากรณ์
เพื่อการเกษตร  ซึ่งเปิดโอกาสให้เกษตรกรศึกษาและนำไปพัฒนาการผลิต นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการประวัติศาสตร์ยางพาราภาคตะวันออก โดยรำลึกถึง หลวงราชไมตรี 
ผู้บุกเบิกนำต้นยางพาราต้นแรกแรกมาปลูกที่เชิงเขาสระบาป ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ เมื่อปี พ.ศ. 2451 ก่อนขยายพื้นที่ปลูกไปยังจังหวัดใกล้เคียง สร้างรากฐานการผลิตยางพาราคุณภาพสูงของภูมิภาค

นอกจากนี้ยังได้จัดพิธีมอบ ใบประกาศเกียรติคุณ แก่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามเรื่องยางพารา 9 ท่าน ซึ่งมีบทบาทปราบปรามการลักลอบขนยางเถื่อน ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมมอบ โล่ประกาศเกียรติคุณ แก่บุคคลและองค์กรที่สร้างคุณประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยางพารา ครอบคลุมเกษตรกรต้นแบบที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิต บริษัทเอกชนที่พัฒนาวัสดุทางเลือกจากยางพารา และเครือข่ายสหกรณ์ที่ยกระดับมาตรฐานการผลิต 

ขณะที่ นางสาวอนงค์นาถ กล่าวย้ำถึงศักยภาพของ ภาคตะวันออกของไทย ในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การขนส่งโลจิสติกส์ และการลงทุน โดยเน้นการบูรณาการ ยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ เข้ากับนวัตกรรมการผลิตและการแปรรูป เพื่อยกระดับจาก "วัตถุดิบ" สู่ "ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง" อย่างเป็นระบบ งานนี้ไม่เพียงรำลึกถึงความสำเร็จในอดีต แต่ยังเป็นเวทีแสดงศักยภาพของนวัตกรรมยางพาราไทย ที่พร้อมก้าวทันเทรนด์โลก และตอกย้ำความสำคัญของการรักษาอัตลักษณ์ทางเกษตรกรรมควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่