สคทช.ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาที่ดินฯในท้องที่อำเภอลับแล
วันที่ 25 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด โดยส่วนทรัพยากรธรรมชาติ จัดอบรมโครงการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์โดยมีกิจกรรมถอดบทเรียนเพื่อแก้ไขปัญหา อย่างมีประสิทธิภาพ (ARR) โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติว(สคทช.) ณ อาคารหอประชุมตลาดกลางผลไม้(OTOP)ตำบลแม่พูน อำเภอลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีนายระวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 ให้เกียรติเข้าร่วมฟังคำบรรยายร่วมกับผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นรวมทั้ง ราษฎรอำเภอลับแล และ ราษฎรอำเภอเมือง เข้าร่วมอบรมประมาณ 700 คน มีนาย ภูริวัฒน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอลับแล เป็นผู้กล่าวต้อนรับ นายมรกต อินทรภู่ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(สคทช.) และ ลงตรวจสอบพื้นที่เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ฯ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567
โดยนายมรกต อินทรภู่ ผอ.สนง.ทสจ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า จ.อุตรดิตถ์ มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 15 ป่า รวมเนื้อที่ 1,183,439 ไร่ และ ในจำนวนนี้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล จำนวน 8 พื้นที่ รวมเนื้อที่จำนวน 39,399 ไร่ 3 งาน 44 ตารางวา และอยู่ระหว่างการอนุญาตจากกรมป่าไม้อีก จำนวน 4 พื้นที่ รวมเนื้อที่ 16,648 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา , อำเภอลับแล ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยช้างและป่าปู่เจ้า จำนวนเนื้อที่ 332 ไร่ 2 งาน 62 ตารางวา มีราษฎรจำนวน 116 ราย 129 แปลง โดยที่ดินทำกินของราษฎรอำเภอลับแล มีทั้งที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และในพื้นที่เขตป้าไม้ถาวร ซึ่งราษฎรส่วนใหญ่ทำการปลูกสวนผลไม้เป็นอาชีพหลัก เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยการส่งออกไปชายยังต่างประเทศเช่น ทุเรียน เป็นต้น
สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ถือว่าเป็นการถอดบทเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ตามโครงการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอลับแล ที่ ราษฎรมีความต้องการสิทธิในที่ดินทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานไปควบคู่กัน