เงินสะพัดหลายสิบล้าน!! นทท.แห่ชมแข่งขันเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานฯ คึกคัก 

ข่าวทั่วไทย6 พ.ย. 2566 • 03:00 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน
เงินสะพัดหลายสิบล้าน!! นทท.แห่ชมแข่งขันเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานฯ คึกคัก 

วันที่ 6 พ.ย.66 นายวีรวิชญ์ พีรยศพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ภายหลังสิ้นสุดการจัด “งานแข่งขันเรือยาวประเพณี จังหวัดบุรีรัมย์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 4-5 พ.ย.2566 ที่ผ่านมา ซึ่ง จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม อำเภอสตึก เทศบาลตำบลสตึก ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้านในอำเภอสตึก ได้ร่วมกันจัดขึ้น ณ ลำน้ำมูล บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี  หน้าที่ว่าการอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์งานประเพณีของท้องถิ่น อีกทั้ง ยังจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นสื่อในการที่จะเชื้อเชิญให้แขกต่างถิ่นได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอีกทางหนึ่ง ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมจะดีขึ้น และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย

โดยการจัดงานมีกิจกรรมมากมาย ทั้งขบวนเทิดพระเกียรติ ขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานฯ ขบวนแห่ชุมชน 3 เผ่า ขบวนนางรำ ขบวนช้างแห่ ซึ่งบ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาวจังหวัดบุรีรัมย์เป็นการสื่อถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของท้องถิ่น

สำหรับในปีนี้ มีเรือยาวจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 27 ลำ แบ่งการแข่งขันเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทเรือไม้ ก ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 55 ฝีพาย จำนวน 8 ลำ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวประเภทเรือไม้ ข ขนาดกลางไม่เกิน 40 ฝีพาย จำนวน 8 ลำ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประเภทเรือท้องถิ่น เรือโลหะไม่เกิน 36 ฝีพาย จำนวน 11 ลำ มีที่เดียวของประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งการแข่งขันทั้งสามประเภทเรือ ชิงถ้วยพระราชทาน ถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 5 แสนบาท

นอกจากนี้ ยังมีมหรสพรื่นเริงต่างๆ การจัดการแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากทุกท้องถิ่น ของกินของดีเมืองสตึก ให้ประชาชนที่มาเที่ยวงานได้เลือกซื้อไปเป็นของฝาก และของที่ระลึก ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชาวบ้าน และผู้ผลิตสินค้าโอท็อปได้เป็นอย่างดี

นายวีรวิชญ์ กล่าวต่อว่า ตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ และจากต่างจังหวัด รวมถึงชาวต่างชาติ เดินทางมาเที่ยวชมงานกันอย่างคึกคัก มากกว่า 50,000 คน ซึ่งคาดการณ์ว่าตลอดการจัดงาน ทำให้มีเงินสะพัดในจังหวัดจำนวนหลาย 10 ล้านบาท