ยโสธรคุมเข้มงดเผา สั่งลาดตระเวรตรวจสอบ-ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
วันที่ 24 มี.ค.67 นายวิชัย ส่งเสริม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธรเปิดเผยว่าตามที่มีข่าวเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2567ทางสื่อประเด็นจังหวัดยโสธรมีค่าฝุ่น PM 2.5 มากสุดในประเทศไทยอยู่ในระดับสีแดง ค่าอยู่ที่ 88.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นั้นสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธรว่าข้อเท็จจริงคือ1. สถานการณ์ฝุ่นฯ ในพื้นที่จังหวัดยโสธร วันที่ 23 มีนาคม 2567 ณ สถานีตรวจวัด คุณภาพอากาศ บริเวณสวนพญาแถน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เฉลี่ย 24 ชั่วโมง วัดได้ 62.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
1.ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (15-24 มีนาคม 67) ตรวจวัดค่าฝุ่นได้ ระหว่าง 13.2-64.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และวันนี้วันที่ 24 มีนาคม 2567 วัดค่าได้ 58.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
2. ข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (15-24 มีนาคม 67) พบจุดความร้อนรวมจำนวน 42 จุด (เฉลี่ยวันละ4-5 จุด) โดย ส่วนใหญ่จุดความร้อนเกิดใน พื้นที่เกษตรกรรม
ส่วนมาตรการเข้มข้นของจังหวัดยโสธร โดยนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรได้ให้ความสำคัญสูงสุด นอกจากจะมีประกาศ เขตห้ามเผาฯ และ จัด กิจกรรม รณรงค์ขอความร่วมมือ งดการเผาทุกประเภทแล้ว จังหวัดยโสธรได้ออกมาตรการเข้มข้น โดยมติคณะกรมการจังหวัด ส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ 1.ในพื้นที่ป่าไม้ให้หน่วยควบคุมไฟป่าพร้อมนายอำเภอทุกอำเภอ ออกลาดตระเวนตรวจตรา ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนโดยรอบพื้นที่ป่าไม้ ไม่กระทำการให้เกิดไฟป่า จุดความร้อน กรณีได้รับแจ้งหรือพบเห็นจุดความร้อนให้ร่วมกันตรวจสอบหาสาเหตุ และแนวทางแก้ไข และที่สำคัญให้ร้องทุกข์กล่าวโทษสอบสวนหาผู้กระทำความผิดตามขั้นตอน
ในพื้นที่เกษตรกรรม ให้เกษตรจังหวัดยโสธร พร้อมนายอำเภอทุกอำเภอลาดตระเวนตรวจตรา ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ ไม่ให้ กระทำการใดใด ที่ก่อให้เกิดไฟ และจุดความร้อน พร้อมสืบหาตัวผู้กระทำความผิด ก่อให้เกิดจุดความร้อน ทำการบันทึกประวัติ เพื่อ พิจารณาหาแนวทางปรับลดสวัสดิการที่ควรได้จากรัฐ ต่อไป
ทั้งนี้ จังหวัดยโสธร ได้มีหนังสือเชิญชวนทุกภาคส่วน ร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 ดังนี้หน่วยงานให้ทำความสะอาดทำความสะอาดสถานที่ปฏิบัติงาน งดเผาขยะ ดูแลรักษาปลูกต้นไม้ช่วยดูดซับมลพิษ เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ดับเครื่องยนต์ขณะจอดและขอความร่วมมือลดการจุดธูปเทียน เปลี่ยนรูปแบบเป็นเทียนไฟฟ้าแทน