มูลนิธิเวิร์คพอยท์มอบเครื่องช่วยหายใจให้รพ.บ้านโป่ง

ข่าวทั่วไทย2 ก.ค. 2564 • 21:33 น.
มูลนิธิเวิร์คพอยท์มอบเครื่องช่วยหายใจให้รพ.บ้านโป่ง
มูลนิธิเวิร์คพอยท์ และปัญญาปันสุข มอบเครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมปริมาตรและความดันเคลื่อนย้ายได้ จำนวน 1 เครื่องมูลค่า 6 แสนบาท ให้แก่โรงพยาบาลบ้านโป่ง นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด -19 วันที่ 2 ก.ค.64 นางจรรยา แก้วนุ้ย ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ ประจำจังหวัดราชบุรี เป็นผู้แทนมูลนิธิเวิร์คพ้อยท์ และปัญญาปันสุขมอบเครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมปริมาตรและความดันเคลื่อนย้ายได้ จำนวน 1 เครื่องมูลค่า 6 แสนบาท ให้แก่โรงพยาบาลบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยมี แพทย์หญิงมนัญญา วรรณไพสิฐกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโป่ง เป็นผู้รับมอบ ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์เครื่องแรกของโรงพยาบาลบ้านโป่ง ที่จะเตรียมนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยทางเดินหายใจที่อยู่ในขั้นวิกฤตของโรคโควิด -19 ขณะนี้มีจำนวนยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกวันเกือบจะเต็มพื้นที่รองรับแล้ว ทั้งนี้ แพทย์หญิงมนัญญา วรรณไพสิฐกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโป่ง กล่าวว่า เครื่องช่วยหายใจนี้จะนำไปใช้ประโยชน์กับผู้ป่วย โดยเฉพาะขณะนี้มีผู้ป่วยโควิด -19 ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หลังจากที่เราให้ออกซิเจนไปแล้วคนไข้อาการไม่ดีขึ้น ตอนนี้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัวนี้ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณออกซิเจนที่เพียงพอ จะได้ช่วยกันพยุงให้การรักษาของแพทย์ทำได้ง่ายขึ้น และหวังว่าผู้ป่วยเมื่อได้รับเครื่องช่วยหายใจที่ดีมีคุณภาพแล้ว ผู้ป่วยจะได้มีโอกาสที่จะหายจากโรคได้ง่ายและเร็วขึ้น เพื่อกลับไปสู่บ้านสู่สังคม ไปทำงานได้ตามปกติ ต้องขอบคุณมูลนิธิปัญญาปันสุขและทางผู้บริจาคทุกๆท่านด้วย ส่วนข้อมูลล่าสุดของผู้ป่วยโควิด -19 ที่โรงพยาบาลบ้านโป่งนั้น ในเขตอ.บ้านโป่ง มีคนไข้ที่ติดเชื้อโควิด -19 ทุกวัน บางวันมียอดจำนวนติดเชื้อกว่า 10-20 ราย ณ วันนี้ นอนอยู่ที่โรงพยาบาล 83 ราย ซึ่งเกือบจะเต็มศักยภาพที่โรงพยาบาลบ้านโป่งจะรับได้แล้ว และยังมีผู้ป่วยที่อยู่ในห้องไอซียูตอนนี้ทั้งหมด 6 ราย และจะต้องอุปกรณ์ เช่น เครื่องช่วยหายใจแบบนี้มีอยู่ 3 ราย มีแนวโน้มว่าจะต้องมีผู้ป่วยหนักและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้มีผู้ป่วยเป็นเด็กอายุน้อยที่สุดที่ติดเชื้อโควิด -19 อายุ 4 เดือน ตอนนี้มีปัญหามากคือ ทั้งผู้สูงอายุ ทั้งเด็ก และคนวัยทำงานมีโอกาสที่จะติดเชื้อพอๆกัน และถ้าติดเชื้อในเด็กส่วนใหญ่ติดมาจากพ่อแม่ บางทีติดมาจากพี่ จากตา ยาย ลุงป้า ปัญหาที่พบคือ เมื่อเด็กติดเชื้อ เด็กก็จะมาอยู่กับคนที่ติดเชื้อในบ้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นพ่อแม่ ตายาย และหลาน พอ ตา กับยาย เข้าห้องไอซียูแล้ว ก็จะเหลือหลานที่เป็นเด็ก ซึ่งต้องอยู่ในห้องคนเดียว หรือ มากับพ่อ แม่ โดยพ่อแม่มีอาการแย่ลง จะต้องย้ายโรงพยาบาลหรือเข้าห้องไอซียู หรือ แยกห้องกัน เด็กจะมีปัญหาคือ ไม่รู้จะไปอยู่กับใคร จึงใช้วิธีการว่าให้ผู้ป่วยด้วยกันเป็นจิตอาสาที่จะช่วยเลี้ยงเด็ก ตอนนี้มีผู้ป่วยบางคนต้องเลี้ยงเด็ก 2 คน เป็นเด็กที่ไม่ใช่ญาติ ไม่รู้จักกันเลย และยังมีทั้งวัยรุ่นที่เป็นคุณหนู แต่ต้องมาอยู่กับคุณตาที่ไม่เคยรู้จักกัน และคุณตาก็มีลักษณะหลงลืม ซึ่งน้องคนป่วยนี้ก็จะต้องคอยดูแลคุณตาเพราะเป็นคนไข้ด้วยกัน ทำให้ตอนนี้เป็นปัญหามาก จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันป้องกันตนเองไม่ให้เป็นโรค เพราะหากเป็นโรคแล้วปัญหาต่างๆจะตามมามากมาย ซึ่งทางแก้ไขปัญหานี้ คือ ประชาชนควรทำตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่เสี่ยงก็พยายามหลีกเลี่ยง ออกนอกบ้านกรณีที่จำเป็น ทุกครั้งต้องใส่หน้ากากอนามัยเสมอ ล้างมือทุกครั้งในการที่จะสัมผัสสิ่งต่างๆ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล หรือ สเปรย์แอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด -19 ของจังหวัดราชบุรี จากข้อมูลวันที่ 1 ก.ค. พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มจำนวน 48 ราย กระจายไปในพื้นที่หลายอำเภอของ จ.ราชบุรี มีผู้ป่วยสะสมทั้งหมดจำนวน 1,503 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาลสะสม 470 ราย รักษาหายสะสมจำนวน 1,001 เสียชีวิตสะสมจำนวน 24 ราย