ยะลา ขอความร่วมมือพบเห็นซื้อ-ขายทุเรียนอ่อน แจ้งเบาะแสศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ-สำนักงานเกษตรอำเภอได้ทันที

ข่าวทั่วไทย11 ก.ค. 2565 • 08:52 น.โดย วีระยุทธ แสงโนรี
ยะลา ขอความร่วมมือพบเห็นซื้อ-ขายทุเรียนอ่อน แจ้งเบาะแสศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ-สำนักงานเกษตรอำเภอได้ทันที

วันที่ 11 ก.ค.65) นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงานและชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ปัญหาทุเรียนโดยมี นายกัสมัน ยะมาแล เกษตรจังหวัดยะลา  ส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องได้เข้าประชุม ที่ ห้องประชุมพิกุลทอง ชั้น 3 ศาลากลาง จ.ยะลา เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา การขายทุเรียนอ่อนส่งออก

นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดยะลา มีผลผลิตในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ขณะที่สถานการณ์ส่งออกผลผลิตที่ผ่านมา พบปัญหาการเก็บเกี่ยวทุเรียนอ่อนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปีทำให้ผลิตที่ได้ไม่มีคุณภาพ และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจตลาดส่งออกผลไม้ไทยทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุมดูแล และแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด ประจำปี 2565

สำหรับพื้นที่จังหวัดยะลา มีเนื้อที่ยืนต้นทุเรียนทั้งหมด 9,703  ไร่ โดย อ.เบตง มีเนื้อที่ยืนต้น มากที่สุด (31,315ไร่) รองลงมาคือ อ.บันนังสตา (23,209 ไร่) อำเภอธารโต (19,847ไร่) ตามลำดับ โดย อ.บันนังสตา เป็นอำเภอที่มีเนื้อที่ให้ผลผลิตมากที่สุด รองลงมาคือ อ.ธารโต อ.เบตง  สามารถผลิตทุเรียนทั้งจังหวัด รวม 28,622 ตัน/ปี 

รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ฝากถึงผู้เกี่ยวข้องให้กำกับดูแลผู้ซื้อขายผลผลิตทุเรียน ก่อนออกสู่ตลาด พร้อมฝากเจ้าหน้าที่ให้มีการตักเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้องทุเรียนห้ามมีการซื้อ-ขาย ทุเรียนอ่อน เพื่อส่งเสริมให้มีการจำหน่ายสินค้าคุณภาพ และสร้างภาพลักษณ์ของผลไม้คุณภาพดีจังหวัด และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค  สำหรับฤดูกาลทุเรียน ส่วนใหญ่สามารถเก็บเกี่ยวได้ในเดือนกรกฎาคม ปีนี้ จังหวัดยะลา จึงประกาศให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวทุเรียน "พันธุ์หมอนทอง" ประจำปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.เป็นต้นไป และ ผู้ที่เก็บเกี่ยวทุเรียนพันธุ์หมอนทองก่อนวันที่ 20 ก.ค.65  กรณีเป็นเกษตรกรต้องแจ้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม) หรือสำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก  ส่วนสถานประกอบการ  หากพบการเก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนวันประกาศ  ทางจังหวัดจะมีการพิจารณาพักใบรับรอง GAP (เกษตรกร ) และ ใบรับรอง GMP (สถานประกอบการ) และพ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562  มาตรา 47*  "ผู้ใด โดยเจตนา ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหกเดือน หรือ เกษตรอำเภอ ณ ที่ตั้งแปลงปลูก หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง กระทำผิดซ้ำอีก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ * มาตรา 47 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562

ส่วนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วย ประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" สำหรับข้อ 1 และ 2 อยู่ในอำนาจหน้าที่และการดำเนินการของ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร ส่วนข้อที่ 3) ชุดตรวจเฉพาะกิจ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีนอกจากนี้ สำนักงานเกษตรมีการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ซื้อ-ผู้ขาย ผลผลิตทุเรียน  และให้เจ้าหน้าที่ตรวจติดตามทุเรียนอ่อนตามจุดซื้อขายทุเรียน