ไฟป่าวิกฤต!! ลามหลายแห่ง "หลวงพ่อพบโชค" รับรักษาฟรีอาสาดับไฟดับเจ็บหนัก 8 ราย 

ข่าวทั่วไทย24 มี.ค. 2566 • 18:15 น.โดย อังคณา จิระดา
ไฟป่าวิกฤต!! ลามหลายแห่ง "หลวงพ่อพบโชค" รับรักษาฟรีอาสาดับไฟดับเจ็บหนัก 8 ราย 

วันที่ 24 มี.ค.66 ที่โรงพยาบาลแม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย พระไพศาลประชาทร วิ. (พระอาจารย์พบโชค ติสสวโส) เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมด้วย นายชุติเดช กมนณชุตม์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 15 (เชียงราย) นายสมเกียรติ ปูกา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสจ.) จ.เชียงราย ได้ไปเยี่ยมดูอาการของเจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่าสถานีควบคุมไฟป่าดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งได้รับบาดเจ็บอุบัติเหตุรถตกถนนพื้นที่ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ขณะกำลังเดินทางไปดับไฟป่าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่สลอง โดยมีนายแพทย์รัฐกานต์ ปาระมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่จันนำเยี่ยมดูผู้ป่วย 

ซึ่งพบว่ามีผู้ที่อาการดีขึ้นและกลับบ้านได้แล้ว 4 ราย คงเหลือที่ยังนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่จัน 3 ราย คือนายจะบี ลาหู่ บาดเจ็บเจ็บกระดูกซี่โครงซี่ที่ 8-10 ด้านซ้ายหัก ศรีษะแตก นายจะอื่อ ลาหู่ กระดูกซี่โครงซี่ที่ 9-10 ด้านขวาหัก และนายธนกร ลาหู่ กระดูกหน้าแข้งและข้อเท้าซ้ายหัก ส่วนอีก 1 คน คือนายอาทูจุ มาเยอะกู กระดูกต้นขาหักแล้วยังมีเลือดออกที่เยื่อหุ้มสมองและมีอาการบวมจึงถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 

ทั้งนี้ผู้ป่วยบางส่วนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์และถือบัตรผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนหรือบัตรหัวศูนย์ ทำให้ทางพระอาจารย์พบโชค ได้รับจะออกค่าใช้จ่ายในการดูแลทั้งหมดโดยไม่คิดมูลค่าซึ่งสร้างความปลื้มปิติต่อทุกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง

พระไพศาลประชาทร วิ. กล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และแบ่งปันรวมทั้งเราต้องเป็นผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นพวกเขาถือว่าเป็นนักรบที่ต้องรบกับไฟป่าเพื่อพวกเรา ได้รับบาดเจ็บ ทางหลวงพ่อจึงจะให้การช่วยเหลือทั้งร่างกายและจิตใจ ด้วยการออกค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทั้ง 8 ราย จนกว่าจะหายดีทั้งหมดโดยไม่ให้เดือดร้อน 

นอกจากนี้ จะช่วยเหลือครอบครัวโดยมูลนิธิพระอาจารย์พบโชคเพื่อสังคมจะไปเติบเต็มในส่วนที่หายไปของพวกเขา เช่น รายได้จากการทำงานในช่วงที่รักษาตัว 2-3 เดือน ฯลฯ ทางหลวงพ่อก็จะดูแลครอบครัวของเขาทั้ง 8 ครอบครัวเพื่อให้ทุกคนไม่มีคุณภาพชีวิตที่ด้อยลงไปอีก ซึ่งตนขอบอกว่าเงินที่มีผู้บริจาคไปให้กับทางวัดได้เข้าสู่ช่วยเหลือผู้คนได้อย่างยั่งยืนแล้ว

ทางด้านนายชุติเดช กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าในปัจจุบันทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกไปดับไฟป่าทุกๆ ชั่วโมงโดยจะกลับมาพักเพียงช่วงสั้นๆ ไฟป่าก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 ค่อนข้างหนาแน่น กระทั่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย 

โดยมีหนึ่งราย มีอาการหนักสมองได้รับการกระทบกระเทือน กระนั้นก็ถือเป็นบุญที่ จ.เชียงราย ที่มีหลวงพ่อพบโชค ที่ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงช่วงที่พวกเขาต้องออกจากโรงพยาบาลดังกล่าวด้วย เพราะผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เบิกจากทางราชการได้ แต่มีบางส่วนที่เบิกไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นอาสาดับไฟป่า สำหรับในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็มีสวัสดิการจาก สบอ.15 (เชียงราย) และของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทุนพิทักษ์ป่า มูลนิธิ สหกรณ์ ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องซึ่งยืนยันว่าได้ทุกคนอย่างเต็มที่ไม่ให้เสียขวัญแน่นอน 

นายแพทย์รัฐกานต์ กล่าวว่า ผู้ป่วยที่มีอาการหนักนั้นมีเลือดคั่งในสมองและจากการทำเอ็กซ์เรย์พบว่ามีอาการสมองบวมจึงต้องส่งไปให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านสมองที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วย 1 ใน 3 ราย ที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาลแม่จัน ก็ได้รับการกระทบที่สมองเช่นกันโดยอยู่ระหว่างรอดูอาการ คาดว่าจะฟื้นตัวได้ภายใน 1 สัปดาห์

ทางด้าน นายสมเกียรติ กล่าวว่า ผู้บริหารระดับสูงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่จะเข้าไปดับไฟป่าได้เพิ่มความระมัดระวังอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายแล้ว และในส่วนของ จ.เชียงราย ก็มีกองทุนงานป้องกันไฟป่าซึ่งจะนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อเร่งรัดนำออกมาช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้แจ้งเบาะแส ฯลฯ ในเร็วๆ นี้ต่อไป

ด้านสถานการณ์ไฟป่าที่ จ.เชียงราย ปัจจุบันพบว่านอกจากจะเกิดขึ้นที่ดอยจระเข้ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลันับ 100 คน เข้าทำการดับไฟตลอดทั้งวัน และเขตอุทยานแห่งชาติลำน้ำกกพื้นที่หมู่บ้านห้วยขม หมู่ 1 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย แล้ว ล่าสุดยังไฟป่ายังลุกไหม้บนดอยปุย อุทยานแห่งชาติแม่ปืม พื้นที่ ต.ห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย และกำลังลุกลามไปยัง ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย อีกด้วยนอกยังเกิดไฟป่าในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงกันข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยลุกลามจากป่าละเมาะและพงหญ้าที่ติดกับดอยช้างมูบ ต.โป่งงาม และ ต.โป่งผา อ.แม่สาย ซึ่งฝ่ายไทยสกัดเอาไว้ได้แล้ว ไปทางฝั่งตรงกันข้ามบ้านป่าซางนาเงิน ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ไฟได้โหมลุกไหม้บริเวณบ้านผาขาวในฝั่งประเทศเมียนมาอย่างหนักจนเจ้าหน้าที่ต้องวางกำลังสกัดเอาไว้ตลอดแนว