จังหวัดแพร่จับมือหอการค้าลงนาม MOU ร่วมพลังสร้างเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพร่ว่า จังหวัดแพร่ และหอการค้าจังหวัดแพร่ จับมือ ร่วมสร้างมิติใหม่แห่งความร่วมมือเป็นต้นแบบระดับประเทศ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดันเกษตรและท่องเที่ยวสร้างรายได้ ร่วมทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาแพร่ การลงนามดังกล่าวจัดขึ้นที่ ห้องประชุมชั้น 9 โรงแรมแพร่นครา อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ มอบหมายให้ นางสาวนิติยา พงษ์พานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นผู้แทนภาครัฐร่วม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU ระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยนายอดิศร ไชยบุญเรือง ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดแพร่ นายเอกชัย วงศ์วรกุล กรรมการหอการค้าไทย และ นายรวิญ วงศ์วรกุล ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดแพร่ (YEC Phrae) เพื่อทำข้อตกลงร่วมมือเพื่อใช้สําหรับระยะเวลา 5 ปี เพื่อสร้างความร่วมมือในการร่วมกันจัดทำแผนงานโครงการที่สำคัญ แฟลตชิพโปรเจค ในการพัฒนาจังหวัดแพร่
โดยข้อตกลงมีเนื้อหาสำคัญในการร่วมกันพัฒนาจังหวัดแพร่ในมิติต่างๆ เช่น หอการค้าจังหวัดแพร่ร่วมกับจังหวัดแพร่ ผลักต้นด้านการค้าและการลงทุน ยกระดับการเกิดการลงทุนธุรกิจใหม่ในพื้นที่ เพิ่ม GPP ให้กับจังหวัด เชื่อมโยงให้ผู้ประกอบการ SMEs ปรับตัวให้เป็น พร้อมทั้งร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น หรือในพื้นที ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ร่วมกันค้นหาโอกาสทางการตลาด นอกจังหวัด หรือด่างภูมิภาค ต่างประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ ส่งเสริมการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ค้ารายย่อยในจังหวัด ผลักต้นการเกษตรและอาหาร สร้างรายได้ให้เกษตรเพิ่มขึ้นจากพื้นฐานเกษตรแบบดั้งเดิม เพื่อปรับตัวในการหาช่องทางการค้าร่วมกัน ยกระดับผลผลิตทางการเกษตรมีมูลค่าสูงขึ้น สามารถเชื่อมโยงเป็นสินค้าของฝากให้กับนักท่องเที่ยว ร่วมส่งเสริมสนับสนุนการจัดการน้ํา เพื่อให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก และสนับสนุนการจัดทํามาตรฐานสินค้าให้สามารถส่งออกไปยังประเทศได้
สำหรับการส่งเสริมสนับสนุนด้านท่องเที่ยวและบริการ ประกอบด้วย ร่วมส่งเสริมการพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงสิ่งอํานวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว
ร่วมจัดทําโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ดึงดูดต่อนักท่องเที่ยวภายในจังหวัด
ซึ่งการ MOU ครั้งนี้จะเกิดมิติใหม่ในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชนที่จะได้ร่วมกันขับเคลื่อนโดยใช้ทรัพยากรทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการใช้ประสบการณ์องค์ความรู้ต่างๆของทางภาครัฐและภาคเอกชนมาช่วยกัน มาร่วมกันในการพัฒนาจังหวัดแพร่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาจังหวัดแพร่ในระยะยาวและในภายภาคหน้าต่อไป