หลายภาคส่วนร่วมจัดงานวัน สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ณ ป่าพรุแม่รำพึง อ.บางสะพาน

ข่าวทั่วไทย2 ก.พ. 2566 • 18:00 น.โดย พิสิษ รื่นเกษม
หลายภาคส่วนร่วมจัดงานวัน สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ณ ป่าพรุแม่รำพึง อ.บางสะพาน

วันที่ 2 ก.พ.66 ที่ป่าพรุแม่รำพึง ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวคีรีขันธ์ นายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ประจวบฯ, นายเชตุ จันทร์ถิ รก.ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 เพชรบุรี สนง.ทรัพยากรน้ำที่ 7, นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดับหมู่บ้าน จ.ประจวบฯ, นายวิทูรย์ บัวโรย ประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง ร่วมกับ บมจ.สหวิริยาฯ, องค์การบริหารส่วนตำบลแม่รำพึง และหลายภาคส่วน จัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกประจำปี 2566 

นายวิทูรย์ บัวโรย  ประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง เปิดเผยว่า “พรุแม่รำพึง”เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับประเทศ โดยเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2553 ครม.ได้เห็นชอบมติ คกก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศขึ้นทะเบียนป่าพรุแม่รำพึงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ซึ่งพรุแม่รำพึง มีเนื้อที่ 7.50 ตร.กม. หรือ ประมาณ 4,687 ไร่ ในพื้นที่ ม.1 และ ม.7 ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ประเภทพรุที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบ โดยรอบเป็นที่ราบลุ่มมีน้ำขังในฤดูน้ำหลาก เป็นแหล่งผลิตแพลงก์ตอนพืช ที่เป็นอาหารที่สำคัญของลูกปลาทูและสัตว์น้ำวัยอ่อน จึงเป็นเหตุที่ทำให้แหลมแม่รำพึงเป็นแหล่งวางไข่ปลาทูที่หนาแน่นที่สุดในอ่าวไทย โดยพรุแม่รำพึงมีความหลากหลายทางชีวภาพพบพรรณไม้ ทั้งสิ้น 194 ชนิด จาก 155 สกุล 73วงศ์ เป็นพืชหายาก 3 ชนิด พบสัตว์ 65 ชนิด จำแนกเป็น สัตว์เลี้ยง ลูกด้วยนม 5 ชนิด นก 34 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 17 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 9 ชนิด พบสัตว์ ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 2 ชนิด พบปลา 19 ครอบครัว 29 ชนิด มีปลา 1 ชนิดซึ่งอยู่ในสภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ คือ ปลากัดไทย

นายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ประจวบฯ กล่าวว่า ด้วยสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ ชุ่มน้ำโลก ได้กำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ทั้งนี้นื่องจากอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ หรืออนุสัญญาแรมซาร์ ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2514 ณ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน ซึ่งสำหรับธีมงานเนื่องในวันฟื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี 2566 นี้คือ "It's Time for Wetlands Restoration"  ถึงเวลาแล้วสำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งพื้นที่ซุ่มน้ำมีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ แต่เรา
อยู่ในจุดเปลี่ยนที่พื้นที่ชุ่มน้ำกำลังจะหายไป ประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำ ประกอบด้วย ป่าชายเลน ป่าพรุ หนอง บึง ทะเลสาบและ
แม่น้ำกระจายอยู่ทั่วประเทศ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 22,488 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 7 ของพื้นที่ประเทศไทย 

ในการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ "พรุแม่รำพึง" อย่างเป็นรูปธรม ต้องการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในป่าพรุแม่รำพึง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ จึงมุ่งส่งเสริมให้ประชาชน รู้คุณค่าของพรรณพืชในป่าพรุแม่รำพึง ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากป่าเสม็ดขาว ซึ่งเป็นเหมือนป่ากันชนอยู่โดยรอบป่าพรุแม่รำพึง อย่างคุ้มค่าและยั่งยืนแทน เพราะเสม็ดขาวเป็นพืชอเนกประสงค์ที่ชุมชนโดยรอบป่าพรุแม่รำพึงได้ใช้ประโยชน์อยู่แล้วจากแทบทุกส่วนของต้น