มทส.โคราช ส่งมอบ “เครื่องฟอกอากาศและกำจัดฝุ่น PM 2.5” ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 มีนาคม ที่ห้องประชุมสารนิเทศ อาคารบริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมรองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดี มทส. และคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ พลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ในโอกาสเป็นประธานใน “พิธีมอบเครื่องฟอกอากาศและกำจัดฝุ่น PM 2.5 (ระบบสนามแม่เหล็กและปล่อยประจุไฟฟ้าไอออน ) ซึ่งเป็น"ผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากทีมวิจัยอาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มทส. พร้อมส่งต่อโรงเรียนช่างฝีมือทหาร ดำเนินการศึกษาติดตั้งและบำรุงรักษา เครื่องกำจัดฝุ่นละอองเพื่อใช้บรรเทามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ อธิการบดี มทส. เปิดเผยว่า ภารกิจหลักที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง มทส.ได้สนับสนุนให้คณาจารย์และนักศึกษาร่วมคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด การลดต้นทุน วัตถุดิบหาได้ภายในประเทศ จากองค์ความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์จากความเชี่ยวชาญที่สั่งสม โดยทีมวิจัยรองศาสตราจารย์ ดร.ชาญชัย ทองโสภา อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มทส.ได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีระบบสนามแม่เหล็กและปล่อยประจุไฟฟ้าไอออน ก่อให้เกิดผลงานที่ตอบโจทย์ของชุมชนและสังคมหลากหลาย อาทิ เครื่องฆ่ามอดข้าว เครื่องกำจัดไวรัส ตู้ความดันลบ-บวก ที่ใช้สำหรับตรวจผู้ป่วยและล่าสุด เครื่องฟอกอาการและกำจัดฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งได้รับการออกแบบปรับปรุงให้เหมาะสมกับพื้นที่และใช้งานจริง ทั้งในพื้นที่ตัวเมืองนครราชสีมาและหน่วยงานที่ประสานความร่วมมือกระจายทั่วประเทศ ทั้งนี้ด้วยปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง ทั้งเป็นปัญหาที่ต้องการ มทส.ได้ส่งมอบเครื่องฟอกอากาศ
และกำจัดฝุ่น PM 2.5 ให้แก่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ โดยได้รับเกียรติจากพลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานมูลนิธิเป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์บรรเทาแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและได้รับความมือจากพันเอกศักดาวุฒิ กุมารสิงห์ รองผู้บังคับบัญชาโรงเรียนช่างฝีมือทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย รับผิดชอบการติดตั้งและบำรุงรักษาตลอดการใช้งานพร้อมทั้งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการออกแบบ ติดตั้ง และดูแลบำรุงรักษา แก่โรงเรียนช่างฝีมือทหาร เพื่อดำเนินการจัดสร้างเองนำไปใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ต่อไป
รองศาสตราจารย์ ดร.ชาญชัย อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ฯ กล่าวว่า เครื่องฟอกอากาศ ฯ ที่ส่งมอบแก่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มีขนาดตัวเครื่องความสูงประมาณ 4 เมตร ฐานเป็นรูป 3 เหลี่ยม ยาวด้านละ 2 เมตร ตัวเครื่อง ประกอบด้วยโมดูลชุดฟอกอากาศและกำจัดฝุ่น PM 2.5 จำนวน 3 โมดูล ขนาดพื้นที่หวังผลประมาณ 15 เมตร (~150 ตารางเมตร) รอบตัวเครื่องหรือเท่ากับปริมาณอากาศ ประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที ใช้ไฟฟ้า 220V, 50Hz กำลังไฟฟ้ารวมประมาณ 800 ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยชั่วโมงละ 2.50 บาท การคิดค้นได้ใช้ทฤษฎีการประยุกต์ใช้ระบบการสร้างสนามแม่เหล็กและปล่อยประจุไฟฟ้าไออ่อน (ion) ในการจับอนุภาคของฝุ่นหรือก๊าซพิษจากวงจรทวีแรงด้นและถูกดูดไปติดกับแผ่นเพลตที่ออกแบบไว้ในตัวเครื่อง ช่วยลดการกระจายของฝุ่นละออง การทำงานอากาศจะถูกดูดทางด้านบนของตัวเครื่อง ผ่านเข้าชุดฟอกอากาศและกำจัดฝุ่น PM 2.5 ทำให้ได้อากาศที่บริสุทธิ์ไหลออกด้านล่างของตัวเครื่อง คล้ายเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ในระบบปิด แต่คณะนักวิจัยได้ออกแบบให้เครื่องดังกล่าวสามารถใช้ในระบบเปิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงการนำไปใช้งานได้จริง การประหยัดพลังงานและการออกแบบให้สวยงามกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานถูก การบำรุงรักษาโดยการทำความสะอาดแผ่นเพลตประมาณปีละครั้ง ทั้งยังสามารถขยายขนาดการใช้งานได้ตามขนาดพื้นที่ทั้งในครัวเรือน ตัวอาคาร สถานประกอบการ รวมถึงพื้นที่สาธารณะทั่วไป