ดร กัลยาณี ประธานกรรมการสงเคราะห์ ประสานภาครัฐช่วยเหลือ แม่เลี้ยงเดี่ยวลูกป่วยมะเร็งมา 8 ปีไร้งานไร้เงิน ปั่นอาหารเลี้ยงลูกทางสายยาง
ดร กัลยาณี ประธานกรรมการสงเคราะห์ ประสานภาครัฐช่วยเหลือ แม่ที่หอบลูกป่วยมะเร็งมา 8 ปี หนีสามีที่ชอบตบตี ชีวิตรันทด ไร้งานไร้เงิน ปั่นอาหารเลี้ยงลูกทางสายยาง
วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ดร กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายดีเจริญ สมประสาท นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ น.ส.วิภาวรรณ แสงขาว เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฎิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว สำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดศรีสะเกษ นางกันยารัตน์ คำบาล หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองศรีสะเกษ น ส ศุภัทร์ธรา ไชยบุตร พยาบาลวิชาชีพเชี่ยวชาญ ดร.รัชพล สุทนต์ ประธานจิตอาสาจังหวัดศรีสะเกษ นางสาวฐาปนีย์ ธนบดีอริยะกูล ผอ. สำนักแนะแนวของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ-ธนบุรี นางประพันธ์ หงษ์ศิลา อุปนายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษและเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้ไปที่ บ้านเลขที่ 54/27 ถนนศรีวิเศษ ตำบลเมืองเหนือ ชุมชนโนนทรายทอง เพื่อให้ความช่วยเหลือ นายกรภวัต อินทนนท์ อายุ 21 ปี
ปัจจุบันป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูกและเนื้อเยื่อโพรงจมูกระยะที่ 3 รักษาด้วยคีโมบำบัดฉายแสงเป็นเวลานาน 8 ปีแล้ว แม่ของผู้ป่วยต้องหอบลูกหนีสามีที่ชอบตบตีย้ายจากอำเภอไพรบึงมาอยู่อำเภอเมืองศรีสะเกษ ขณะนี้ท้อแท้หมดหวังในชะตาชีวิต ขาดรายได้ วอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดร กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานกรรมการสงเคราะห์ฯกล่าวว่าที่ได้ลงพื้นที่มาช่วยเหลือเพราะเมื่อวานนี้ ดร.รัชพล สุทนต์ ประธานจิตอาสา และนางสาวฐาปนีย์ ธนบดีอริยะกูล ได้พานางขวัญพัชรสร ทับทิมวันเพ็ญ มาขอความช่วยเหลือกรณีลูกชายที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูกและเนื้อเยื่อโพรงจมูกระยะที่ 3
โดยได้นำภาพถ่ายของนายกรภวัต อินทนนท์มาให้ดูด้วย และเล่าเรื่องความเดือดร้อนที่ต้องดูแลลูกชายสองคนแบบแม่เลี้ยงเดี่ยว สามีทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวโรงพยาบาลไพรบึง แต่อาศัยอะไรไม่ได้ เงินเดือนใช้คนเดียวก็ยังไม่พอ และชอบดื่มเหล้าและหากเมามาก็จะตบตีเมียเป็นประจำ นางขวัญพัชรสร ทับทิมวันเพ็ญ เล่าให้ฟังด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า แต่ก่อนทำงานเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้อยู่ที่โรงพยาบาลไพรบึง ต่อมาเมื่อลูกชายป่วยก็ต้องออกจากงานมาดูแลลูกเพราะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องปั่นอาหารให้ลูกทางสายยาง และต้องพาลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลฯเพื่อให้คีโมทุกวัน ทุกวันนี้เดือดร้อนมาก ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆมีมาก ต้องเลี้ยงดูลูกชายที่ป่วยและยังต้องเลี้ยงลูกชายอีกคนอายุ 18 ปีที่กำลังเรียนอยู่ บางครั้งต้องให้ลูกคนเล็กเฝ้าพี่เพราะแม่ต้องออกไปหาขายประกันเพื่อเสริมรายได้ แต่ก็ขายไม่ได้ บางวันก็รับซักรีดในโรงพยาบาล ตนเป็นเสาหลักคนเดียว ทุกวันนี้ขายทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายในการดูแลลูกจนไม่เหลืออะไรให้ขาย และยังต้องยืมรถยนต์จากน้องที่ทำงานมาขับพาลูกไปส่งโรงพยาบาลศูนย์มะเร็งอุบลแบบไป-กลับทุกวัน สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก เหตุที่ต้องพาลูกย้ายจากบ้านที่อำเภอไพรบึงมาหาบ้านเช่าที่อำเภอเมืองศรีสะเกษก็เพื่อหนีสามีที่ตามตบตีและการย้ายเข้าเมืองจะได้สะดวกในการพาลูกไปรักษาตัวที่จังหวัดอุบลฯด้วยเพราะเวลาให้ยาคีโมแล้วคนป่วยจะได้ไม่ตรากตรำในการเดินทางไกลมากเกินไป การฉายแสงแบบ 2 มิติบางครั้งมีผลกระทบหลังให้ยาจึงต้องได้รับการพักผ่อนโดยเร็ว
ดร กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานกรรมการสงเคราะห์ฯกล่าวต่อว่า หลังจากได้รับฟังความเดือดร้อนจากนางขวัญพัชรสร ซึ่งมีภาพประกอบของคนป่วยมาให้ดูด้วย ได้ให้กำลังใจและขอให้นางขวัญพัชรสร อดทนและสู้เพื่อลูก เพราะเขาเป็นเด็กที่มีจิตใจดี แข็งแกร่งใจสู้มากที่บอกแม่ว่าจะต้องรักษาตัวเองให้หายให้ได้ มะเร็งนี้หากผู้ป่วยมีจิตใจเข้มแข็งมีสมาธิแน่วแน่ในการต่อสู้กับโรคจะมีทางหายได้ และตนได้รีบประสานไปทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ร่วมลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันเพื่อหาทางช่วยเหลือและฟื้นฟูจิตใจ และหาทางช่วยเหลือกรณีที่มีความรุนแรงในครอบครัว และได้นำคณะภาคเอกชน ดร.รัชพล สุทนต์ นางประพันธ์ หงษ์ศิลา และนางสาวฐาปนีย์ ธนบดีอริยะกูล จากสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษไปร่วมมอบสิ่งของและมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นด้วย
ด้าน นายดีเจริญ สมประสาท และ น.ส.วิภาวรรณ แสงขาว กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนางอาภาวดี พรหมจอม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นผู้แทนมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาทางช่วยเหลือ แต่ในเบื้องต้นได้นำเงินมามอบให้จำนวน 3,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนการที่ถูกสามีตบตี มีกฏหมายห้ามใช้ความรุนแรงในครอบครัว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 3 ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว อาจแจ้งความด้วยคำพูด ยื่นเป็นหนังสือ โทรศัพท์หรือ แจ้งทางอีเมล ก็ได้ ซึ่งผู้แจ้งโดยสุจริตจะได้รับการคุ้มครอง
ส่วนทางเทศบาลได้มาสอบถามรายละเอียดต่างๆเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป สำหรับผู้ที่ต้องการจะช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยมะเร็งสามารถถามอาการและให้ความช่วยเหลือทางมารดาของเด็กที่เบอร์โทร 0935504042