“โชคชัย ทองศักดิ์” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง พปชร. พร้อมลุยสู้ศึกเลือกตั้ง

ข่าวทั่วไทย31 มี.ค. 2566 • 10:02 น.โดย เฉลิมศักดิ์ บุญประคอง
“โชคชัย ทองศักดิ์” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง พปชร. พร้อมลุยสู้ศึกเลือกตั้ง

วันที่ 31 มี.ค.66 นายโชคชัย ทองศักดิ์ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ เขต 1 จังหวัดอ่างทอง ประกอบด้วย อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอป่าโมก และอำเภอวิเศษชัยชาญ พร้อมลุยเต็มที่หลังจากที่ทางพรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครของพรรคทั้ง 492 ผู้สมัคร ส.ส.โดย “บิ๊กป้อม” ประกาศก้าวข้ามความขัดแย้ง ซึ่งจังหวัดอ่างทองเป็นอีกพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ซึ่งภาคกลาง มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะแกนนำพรรค รับผิดชอบเพื่อเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 เมษายน 2566

นายโชคชัย ทองศักดิ์ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ เขต 1 จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ด้านนโยบายพรรค พปชร. เป็นการชู “นโยบาย 3 เร่งด่วน 8 เร่งรัด” และนโยบายแรกที่สำคัญ คือ การเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการประชารัฐเป็น 700 บาท เป็นนโยบายที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมาและจะมีนโยบายอื่นๆ 

รวมทั้งตนได้ยังได้พูดเรื่องของการส่งเสริมให้อ่างทองเป็นเมืองอุตสาหกรรม จากการ ลงทุนทางอุตสาหกรรมในพื้นที่อ่างทอง,ส่งเสริมให้อ่างทอง เป็นเมืองเกษตรสมัยใหม่ ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตคนอ่างทองส่งเสริมให้อ่างทองเป็นเมืองท่องเที่ยวรองรับการท่องเที่ยวจาก กรุงเทพฯ และ ต่างประเทศ

ส่งเสริมให้อ่างทองเป็นเมืองวัฒนธรรม นำสังคมที่อบอุ่น เข้มแข็ง เป็นฐานการพัฒนาด้านอื่นๆ,ส่งเสริมให้อ่างทองเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมที่ดีอากาศดี มีศักยภาพในการรองรับน้ำท่วมส่งเสริมให้อ่างทองเป็นศูนย์กลางการค้าตลาดปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดภาคกลาง,ส่งเสริมให้อ่างทองเป็นเมืองศูนย์กลางการขนส่ง,ส่งเสริมให้อ่างทองเป็นเมืองหัตถกรรมที่ใหญ่ที่สุด,ส่งเสริมให้อ่างทองเป็นเมือง การแพทย์ที่ทันสมัยและมีระบบบริการสาธารณสุขที่ดีที่สุด,ส่งเสริมให้เมืองอ่างทองเป็นแหล่งผลิตอาหารเกษตร ส่ง ผู้บริโภคในเมืองกรุงเทพฯและส่งเสริมให้อ่างทองเป็นเมืองที่ ผู้สูงอายุกลุ่มสขภาพแข็งแรง มีรายได้ถ้วนหน้าด้วยดิจิทัล

นอกจากนี้ นโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีพี่น้องประชาชนถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งขอยืนยันว่านโยบายทำได้จริงโดยในส่วนงบประมาณที่จะนำมาใช้เพื่อเพิ่มวงเงินในบัตรประชารัฐ จะนำมาจากงบประมาณในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ของงบประมาณปี 2566 หลังจากได้รับเลือกตั้ง ทั้งนี้หากมีผู้ได้รับสิทธิ์ ประมาณ 18 ล้านคน คาดว่า จะต้องใช้งบประมาณเดือนละ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือ ปีละ 1.5 แสนล้านบาทโดยประชาชนจะได้รับเงินเยียวยา ช่วยเหลือ เดือนละ 700 บาท ทันทีหลังจากที่พรรคพลังประชารัฐได้รับความไว้วางใจ จากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปบริหารประเทศซึ่งนายโชคชัย กล่าวทิ้งท้าย ขอให้พรรคพลังประชารัฐ ได้เข้ามาดูและพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 1 จังหวัดอ่างทองด้วย เพื่อพัฒนาจังหวัดอ่างทองต่อไป