รองผู้ว่าฯศรีสะเกษให้กำลังใจโรงเรียนอนุบาลวัดพระโตประเมินโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ  

ข่าวทั่วไทย25 ธ.ค. 2565 • 09:13 น.
รองผู้ว่าฯศรีสะเกษให้กำลังใจโรงเรียนอนุบาลวัดพระโตประเมินโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ  

 


วันที่ 25 ธันวาคม  2565   ที่หอประชุมอเนกประสงค์  โรงเรียนอนุบาลวัดพระโต   นายนพ  พงศ์ผลาดิศัย  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ    ดร.อุดมศักดิ์  เพชรผา  ศึกษาธิการจังหวัด  นาง ปุณิกา ธรรมนูญ รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต2  ช่วยราชการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 1   ดร.กัลยาณี  ธรรมจารีย์  นายกสมาคมผู้ปกครองนักเรียนและครูโรงเรียนวัดพระโต  นายจารึก  ทองเพชร  ประธานมูลนิธิกตเวทิตา โรงเรียนวัดพระโต 70 ปี  นายอนุศักดิ์   พันธ์งาม  ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนอนุบาลวัดพระโตดร.โสภา  มะเครือสี  ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ  และคณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนครูผู้ปกครองนักเรียน แขกผู้มีเกียรติ ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมการประเมินโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ


           

 นายนพ  พงศ์ผลาดิศัย  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษกล่าวว่า   การประเมินโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในวันนี้  เป็นนิมิตหมายที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนอนุบาลวัดพระโต มีทรัพยากรที่พร้อมและสามารถส่งเสริมให้คณะครูบุคลากรนักเรียนเครือข่ายผู้ปกครองมีโอกาสนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงไปช่วยพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง  นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ขอขอบคุณการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ ที่ได้นำโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าสู่โรงเรียนอนุบาลวัดพระโต  ชาวศรีสะเกษ  คณะผู้บริหารครูบุคลากรและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลวัดพระโต  ขอต้อนรับคณะกรรมการทุกท่าน ขอให้การประเมินโครงการในครั้งนี้ประสบความสำเร็จบรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ทุกประการ
       

 นายอนุศักดิ์ พันธ์งาม ผอ.โรงเรียนอนุบาลวัดพระโตกล่าวว่าโรงเรียนอนุบาลวัดพระโตเป็นโรงเรียนขยายโอกาสขนาดใหญ่  ตั้งอยู่กลางเมืองจังหวัดศรีสะเกษ  มีพื้นที่ทั้งหมด 36  ไร่  ทางโรงเรียนได้แบ่งจัดสรรเป็นพื้นที่โคกหนองนาโมเดล  6 ไร่  โดยได้น้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่  9 มาบูรณาการภายในโรงเรียน ซึ่งเปรียบเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ให้ผู้นักเรียนได้เรียนรู้วิถีแห่งความพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่น  เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต  สามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการใช้สารเคมี  สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ตามรอยศาสตร์พระราชา และสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงห่วงใยพสกนิกรทั่วหน้า

โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศและวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ ได้นำโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาให้ความรู้ในโรงเรียนและร่วมพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง และโรงเรียนได้ใช้เกณฑ์การประเมิน 6 ข้อคือ  1.เป็นโรงเรียนที่ได้รับความรู้ชีววิถีจากวิทยาลัยเกษตร  2. มีแปลงสาธิตและดำเนินกิจกรรมโครงการชีววิถีฯครบทั้ง 4 กิจกรรมโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพได้ผลดีและต่อเนื่อง  3. ขยายผลภายในโรงเรียนสู่ครูนักเรียนและชุมชนใกล้เคียง  4. สภาพแวดล้อมเรื่องขยะและน้ำเสียเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม  5.นำหรือคิดค้นนวัตกรรม ภูมิปัญญา มาใช้  6. มีบ่อประมงที่ต้องมีขนาด 2 × 4 × 1 เมตรปู ทับด้วยพลาสติก ซึ่งคณะกรรมการที่มาประเมินมีจำนวน  14 คน มีนายปรัชญา ตะภา  ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม  เป็นประธาน และมี ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีระนอง, นครราชสีมา , นครไทย, หัวไทร, เกษตรวิสัย, วังน้ำเย็น,


สระแก้ว และฝ่ายบริหารด้านการไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม กฟผ.   สำนักความร่วมมือสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)อีก 2 คน    
     

  นายปรัชญา ตะภา  ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม  ประธานกรรมการประเมินโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนกล่าวว่า  คณะกรรมการประเมินจะได้นำภาพรวมของการประเมินในวันนี้ไปพิจารณา และจะประกาศผลการประเมินในวันที่ 27 ธันวาคม 2565

​​​​​​​