ผอ.โรงพยาบาลศรีสะเกษ เฝ้าระวังตั้งการ์ดสูง ป้องกันการแพร่เชื้อโควิดระลอกใหม่

ข่าวทั่วไทย17 มี.ค. 2564 • 09:26 น.โดย กัลยาณี ธรรมจารีย์
ผอ.โรงพยาบาลศรีสะเกษ เฝ้าระวังตั้งการ์ดสูง  ป้องกันการแพร่เชื้อโควิดระลอกใหม่
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีมีข่าวจากศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จ.ศรีสะเกษ เปิดเผย Timeline ผู้ป่วยรายแรกของการติดเชื้อรอบ 2 ซึ่งเป็นเพศหญิง อายุ 49 ปี มีอาชีพค้าขายผัก ที่ตลาดบางแควันเดอร์ กรุงเทพฯ ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ พร้อมสามี โดยรถยนต์ส่วนตัว มาถึง บ้านพัก ต.บ่อแก้ว อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษและ พักค้างคืนกับลูกชาย 2 คน และมีการไปร่วมรับประทานอาหารร่วมกันกับแม่ และญาติๆ ที่อยู่บ้านติดกัน มีการไปซื้อวัสดุก่อสร้างในตัว อ.วังหิน แม้ได้สวมแมสขณะพูดคุยกับพนักงานขาย แต่พนักงานขายไม่ได้สวมแมส ต่อมา วันที่ 14 มี.ค.64 ได้ไป รพ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจโควิด พร้อมกับสามี และบุตรชายคนเล็ก และเพื่อนบ้าน ผู้ป่วยมีการติดต่อกับห้องบัตร และคลินิก ARI จากนั้น ไปซื้อของที่ Big C โดยมีการสวมแมสตลอดเวลา วัดไข้ และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าห้างด้วย วันที่ 15 มี.ค.64 เดินทางไปร่วมงานทำบุญ 100 วัน แม่ของสามี และร่วมรับประทานอาหารกับญาติของสามี และ เดินทางไปที่ รพ.สต.ทุ่งสว่าง เพื่อขอตรวจโควิด ทีม รพ.วังหิน ไปเก็บตัวอย่างที่บ้านผู้ป่วย ส่งตรวจที่ รพ.ศรีสะเกษ วันที่ 16 มี.ค. 64 เวลา 18.00 น. รายงานผลการตรวจยืนยันจาก รพ.ศรีสะเกษ ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่วนผลตรวจของสามี ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากนั้น รพ.ศรีสะเกษ ได้ไปรับตัวผู้ป่วยมาเพื่อทำการรักษา ซึ่งผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นผู้สัมผัสร่วมบ้านและบ้านใกล้เคียง จำนวน 11 ราย จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจ วันที่ 17 มี.ค. 64 นี้ พนักงานขายร้านวัสดุ จำนวน 1 คน พนักงานขายร้านวัสดุ จำนวน 1 คน ส่วนญาติที่บ้านธาตุ ม.1 ต.วังหิน จำนวน 5 ราย จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจวันที่ 20 มี.ค.64 นี้ ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ให้เฝ้าสังเกตอาการของเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งสว่าง เจ้าหน้าที่ รพ.ศรีสะเกษ และพนักงานเก็บเงินที่ Big C และผู้ร่วมงานบุญ 100 วัน วันนี้นายแพทย์ชลวิทย์ หลาวทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดศรีสะเกษเปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลจังหวัดศรีสะเกษได้รับคนไข้รายนี้มาดูแลรักษาแล้ว ตอนนี้แม้คนไข้รายนี้ไม่มีอาการของโรคแต่อย่างใด อาการทางเดินหายใจต่างๆก็ไม่มีบ่งชี้อะไร มีแต่ผลเลือดที่เป็นบวกเท่านั้น แต่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้จัดให้คนไข้อยู่ในห้องความดันลบ ซึ่งเป็นห้องพิเศษที่มีการป้องกันการกระจายเชื้อ หมอที่รักษาก็ต้องสวมชุดป้องกันเชื้อและผู้ป่วยก็ต้องอยู่ในห้องนี้ เป็นห้องปลอดเชื้อโรค เพื่อไม่ให้ออกไปรับเชื้อหรือกระจายเชื้อด้านนอก ซึ่งทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องกักตัวไว้ 14 วัน เพื่อให้คนป่วยไม่นำเชื้อไปแพร่ต่อหรือรอจนกว่าจะพ้นระยะการแพร่ของโรค ป้องกันให้ไม่สามารถแพร่เชื้อต่อได้ และหากผู้ป่วยไม่มีอาการก็จะปล่อยตัวกลับบ้าน ซึ่งผู้ป่วยต้องกลับไปดูแลตนเองต่อที่บ้าน เป็นมาตรการสำหรับการแยกเพื่อสังเกตอาการ ณ ที่พักอาศัย (Self-Quarantine at Home) กรณีเดินทางกลับจากพื้นที่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ต้องกักบริเวณตัวเองไม่ไปใกล้ชิดคนอื่นเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน อย่างไรก็ดี ขอให้ผู้ที่ได้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยรายนี้ให้รีบไปตรวจร่างกายเพื่อจะได้รักษาได้และไม่แพร่เชื้อต่อให้คนอื่น ขอให้ช่วยกันระมัดระวังป้องกันโควิด-19 ไม่ให้เพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้โรงเรียนที่ลูกคนป่วยรายนี้เรียนอยู่ก็จะสั่งปิดโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค