ชป.เตรียมรับมือน้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า และสายหลักที่จะไหลผ่านสูงสุดจากสุโขทัยเตือนปชช.เฝ้าระวังน้ำท่วม

ข่าวทั่วไทย29 ส.ค. 2567 • 12:34 น.
ชป.เตรียมรับมือน้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า และสายหลักที่จะไหลผ่านสูงสุดจากสุโขทัยเตือนปชช.เฝ้าระวังน้ำท่วม

สำนักงานชลประทานที่ 3 เตรียมพร้อมรับมือน้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า-แม่น้ำยมสายหลัก ที่จะไหลผ่านสูงสุด จาก จ.สุโขทัย  และ เตือนให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นำทีมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สชป.3 (SWOC3) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมรับมือน้ำที่จะไหลผ่านสูงสุด จาก จ.สุโขทัย สถานการณ์เข้าสู่ระดับวิกฤต ต้องเฝ้าระวัง และป้องกัน ช่วง 1-2 วันนี้ บริเวณประตูระบายน้ำบ้านใหม่โพธิ์ทอง ประตูระบายน้ำวังขี้เหล็ก อำเภอพรหมพิราม และประตูระบายน้ำบางแก้ว อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อลดความเสียหายพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนประชาชนให้น้อยที่สุด

โดย สำนักงานชลประทานที่ 3 ได้เริ่มรับน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำ โครงการบางระกำโมเดล ลดผลกระทบของพื้นที่ริมแม่น้ำยมสายเก่า  คลองเมม  คลองบางแก้ว จากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 67) มีการรับน้ำเข้าทุ่งบางระกำแล้วประมาณ 61.434 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 15.36% ยังสามารถรับน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพตามแผนบริหารจัดการน้ำที่กำหนดให้พื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำเป็นที่รับน้ำหลาก 400 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ 265,000 ไร่

ด้าน นายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3   กล่าวว่า   จ.พิษณุโลก  เตรียมพร้อมรับมือน้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า และแม่น้ำยมสายหลัก ที่จะไหลผ่านสูงสุด จาก จ.สุโขทัย ที่ต้องเฝ้าระวังและป้องกันในช่วง 1-2 วันนี้ (29-30 ส.ค.67)  โดยใช้ 5 มาตราการเร่งด่วน ในการรับมืออุทกภัยแม่น้ำยม จ.พิษณุโลก ประกอบด้วย  1. เร่งระบายน้ำ  2.เร่งป้องกัน 3. เร่งเก็บเกี่ยว 4.เร่งรับน้ำเข้าทุ่งหน่วงน้ำ(โครงการบางระกำโมเดล)  5.เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน  โดยรายละเอียดการดำเนินการสู่แผนการดำเนินการ 10 มาตราการ การบริหารจัดการน้ำแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน ในเขต จ.พิษณุโลก   ดังนี้   จ.พิษณฺโลก มีการบูรณาการร่วมกันในระดับจังหวัด ทั้งหน่วยงานปกครองระดับจังหวัด กองทัพภาคที่ 3 หน่วยงานชลประทาน ( สำนักงานชลประทานที่ 3, โครงการชลประทานพิษณฺโลก, โครงการส่งน้ำฯ ยมน่าน   , โครงการส่งน้ำพลายชุมพล และ โครงการส่งน้ำนเรศวร), หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรมอุตุนิยมวิทยา ผู้นำท้องถิ่น และ ภาคประชาชน   โดยมีการเตรียมการ ตาม 10 มาตรการเตรียมรับมือฤดูฝน 2567 ของ สทนช. และ บริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมสายหลัก และ แม่น้ำยมสายเก่า ซึ่งปริมาณน้ำเริ่มยกระดับสูง แต่ยังคงมีสถานการณ์ไม่วิกฤตรุนแรงและเอ่อล้นตลิ่ง (ณ วันที่ 28 ส.ค.67)   

สำหรับการเตรียมการที่ผ่านมา มีรายละเอียดดังนี้ 1. ปริมาณน้ำแม่น้ำยม ทั้งสายหลักและสายเก่า เพิ่มขึ้นจากปริมาณฝนตกชุกพื้นที่ตอนบนของแม่น้ำยม จ.พะเยา จ.แพร่ จ.สฺโขทัย เริ่มเข้ามาในเขต จ.พิษณุโลก เมื่อประมาณวันที่ 20 ส.ค. และ  จากคันแม่น้ำยมสายหลักและยมสายเก่าขาด    ทำให้น้ำออกนอกลำน้ำไหลบ่าเข้าทุ่ง ในเขต อ.สวรรคโลก  อ.ศรีสำโรง อ.เมือง จ.สฺโขทัย ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่จะมาตามลำน้ำยมลดลง  คาดว่าปริมาณน้ำสูงสุด จะเข้าสู่พื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.เมือง และ อ.บางระกำ ตามลำดับ ตั้งแต่ 29-30 ส.ค.เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำต่ำกว่าคันคลองแม่น้ำยมสายเก่า ช่วงคลองเมม อ.พรหมพิราม ประมาณ 40 ซม. จะเข้าสู่ภาวะวิกฤต 2. ดำเนินการพร่องน้ำแม่น้ำยมสายหลัก ก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลากล่วงหน้า

พร้อมกันนี้ยังมีการพร่องลดระดับน้ำในแม่น้ำยมสายหลัก ตั้งแต่ กลางเดือน 15 ก.ค.67 โดยมีมติของกลุ่มผู้ใช้น้ำร่วมกัน ในการลดระดับน้ำ โดยเพิ่มการระบายน้ำสูงสุด ทุกอาคาร ของ ปตร.ในแม่น้ำยมสายหลัก (ปตร.วังสะตือ, ปตร.ท่านางงาม, ปตร.ท่าแห อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก) 3. ดำเนินการพร่องน้ำลดระดับน้ำในแม่น้ำยมสายเก่า  ตั้งแต่ กลางเดือน ก.ค.67 โดยมีมติของกลุ่มผู้ใช้น้ำร่วมกัน โดยลดระดับน้ำเหลีอปริมาณน้ำ เพียง 40%  และ เพิ่มการระบายน้ำสูงสุด ของทุกอาคาร ปตร.ในแม่น้ำยมสายเก่า และ คลองเมม คลองบางแก้ว ในเขต จ.พิษณุโลก (ปตร.ย่างแรต, ปตร.บ้านใหม่โพธิ์ทอง , ปตร.วังขี้เหล็ก, ปตร.บางแก้ว) 4. เร่งระบายน้ำจากแม่น้ำยมสายหลัก ลงแม่น้ำน่าน ออกทางคลอง DR-2.8 (ปัจจุบันระบายได้ดี ด้วยระดับแม่น้ำน่านต่ำ และ ลดการระบายเขื่อนสิริกิติ์) 5. เร่งระบายน้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า ลงแม่น้ำน่าน ออกทางคลอง DR-15.8 (ปัจจุบันระบายได้ดี และเพิ่มศักยภาพ โดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 4 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำ) 6. เร่งระบายน้ำแม่น้ำยมสายเก่า ออกทาง ปตร.บางแก้ว ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก และเพิ่มศักยภาพ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม ขนาด 30 นิ้ว และ 40 นิ้ว จำนวนรวม 3 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำ) 7. ใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ ในโครงการบางระกำโมเดล เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่แม่น้ำยมตอนบน พื้นที่ลุ่มต่ำโครงการ 265,000 ไร่ เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว 100% สามารถรองรับน้ำหลากได้สูงสุด 400 ล้าน ลบ.ม.

ซึ่งปัจจุบัน ได้นำน้ำเข้าทุ่งบางระกำบางส่วน ในช่วงต้น ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.67 ในเขต พื้นที่ อ.พรหมพิราม เพื่อลดผลกระทบน้ำในคลองเมมเอ่อล้นตลิ่ง และรองรับน้ำจากแม่น้ำยมตอนบน รวมถึงหน่วงน้ำไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ตอนล่าง ตั้งแต่ จ.พิจิตร จ.นครสวรรค์ ลงไป 8. เสริมคันป้องกันน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรที่ยังไม่เก็บเกี่ยวข้าวฤดูนาปี ในพื้นที่โครงการส่งน้ำฯ พลายชุมพล ซึ่งเป็นพื้นที่นอกโครงการบางระกำโมเดล  เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทัน 9. แจ้งเตือน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังดังกล่าวโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ไกล้กับตลิ่งแม่น้ำ ให้ติดตามสถานการณ์ พร้อมเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และระมัดระวังไฟฟ้าที่อยู่ในที่ต่ำน้ำท่วมถึง 10. ขอความร่วมมือเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม ในฤดูน้ำหลาก และเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และโดยเฉพาะในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล ควร ชะลอหรืองดทำการเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมหลากทำให้ผลผลิตเสียหาย

 

จากการดำเนินการเตรียมการล่วงหน้าตาม 10 มาตรการเตรียมรับมือฤดูฝน 2567 และ  บริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมสายหลัก และ แม่น้ำยมสายเก่า โดยการพร่องน้ำล่วงหน้าก่อนน้ำมาและเสริมความสูงและความมั่นคงของคันคลอง    พร้อมเร่งระบายน้ำผันน้ำออกทางแม่น้ำน่าน รวมทั้งการดำเนินการโครงการบางระกำโมเดล ที่เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำแม่น้ำยมที่มามากจากพื้นที่ตอนบน เริ่มยกระดับสูง แต่ยังคงมีสถานการณ์ไม่วิกฤตรุนแรง  ซึ่งยังคงต้องดำเนินการตามแผนและยกระดับการดำเนินการเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง