นทท.แห่ชมความอลังการแสง-สี"งานวิจิตรนครพนม" โชว์สถาปัตยกรรมริมโขงคึกคัก

ข่าวทั่วไทย28 พ.ค. 2566 • 07:14 น.โดย ปิยพงศ์ โพชะราช
นทท.แห่ชมความอลังการแสง-สี"งานวิจิตรนครพนม" โชว์สถาปัตยกรรมริมโขงคึกคัก

นักท่องเที่ยวตื่นตา แห่ชมความอลังการ เปิดโชว์เป็นทางการคืนแรก งานวิจิตรนครพนม หนึ่งเดียวในอีสาน จัดประดับไฟแสงสี โชว์สถาปัตยกรรมริมฝั่งโขง เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ สถานที่สำคัญ บอกเล่าเรื่องราว จากอดีตสู่ปัจจุบัน ย้อนประวัติ การก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล  โบสถ์คาทอลิก นักบุญอันนา เชื่อมโยงหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ จนถึงจวนผู้ว่าหลังเก่า ศาลจังหวัดเก่า อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เริ่มโชว์แล้ว 27 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2566 ททท.มั่นใจกระตุ้นการท่องเที่ยว คึกคักหลายเท่าตัว ชื่นชมนครพนม ท่องเที่ยวเติบโตเร็วอันดับ 1 อีสาน โรงแรมที่พักถูกจับจองเต็ม

วันที่ 28 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม เมื่อคืนที่ผ่านมา คึกคักไปด้วยประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยชาวลาว ต่างเดินทางมาชื่นชม ความสวยงาม ของการจัดแสดงโชว์แสงสี ภายใต้งาน วิจิตรนครพนม ถือเป็นไฮไลท์สำคัญ หนึ่งเดียวของ อีสาน โดย จ.นครพนม ได้รับเป็นตัวแทนของภาคอีสาน จากทั้งหมด 5 ภาค ในการจัดประดับตกแต่งแสงสี ในสถานที่สำคัญต่างๆ รวมถึงแลนด์มาร์กสำคัญ ของ จ.นครพนม รวมถึงสถานที่สำคัญ ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ บอกเล่าเรื่องราวจากอดีตถึงปัจจุบัน เป็นการกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยว นอกจาก ประชาชน นักท่องเที่ยว จะได้ ชื่นชมความสวยงาม ของการใช้เทคโนโลยีแสงสีประดับสถานที่สำคัญ ให้เกิดความสวยงาม ได้เซลฟี่เป็นที่ระลึก ยังได้มีโอกาสศึกษาความเป็นมาของสถานที่สำคัญ ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ของ จ.นครพนม รวมถึง 15 จุด กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 – 4 มิถุนายน 2566

สำหรับการเปิดงานวันแรก มี นายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าด้านการตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม พร้อมข้าราชการเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ประชาชน นักท่อเที่ยว ร่วมเปิดกิจกรรมส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม รวมถึง จ.นครพนม นอกจาก ประชาชน นักท่องเที่ยว จะได้ ชื่นชมความสวยงาม ของการใช้เทคโนโลยีแสงสีประดับสถานที่สำคัญ ให้เกิดความสวยงาม ได้เซลฟี่เป็นที่ระลึก ยังได้มีโอกาสศึกษาความเป็นมาของสถานที่สำคัญ ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ของ จ.นครพนม รวมถึง 15 จุด

ด้าน นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ทั้งนี้ จ.นครพนม มีสถานที่สำคัญ ถือเป็นไฮไลท์สำคัญ ในงานวิจิตรนครพนม ที่บอกเล่าเรื่องราว และเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ของ จ.นครพนม นอกจาก องค์พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์กพญานาคศักดิ์สิทธิ์  นาคาธิบดีสองฝั่งโขง ที่บอกเล่าเรื่องราวความเชื่อศรัทธาต่อองค์พญานาคสองฝั่งไทยลาว รวมไปถึง โบสถ์คาทอลิก วัดนักบุญอันนา ชุมชนหนองแสง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ในอดีตเคยเป็นชุมชน ที่พักพิงของชาวลาว และเวียดนาม ในสมัยสงครามอินโดจีน  ที่มีการอพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9   จึงทำให้มีเกิด ความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติ ศาสนา  

พร้อมมีการการก่อสร้างศาสนสถานแห่งนี้ขึ้น ราวปี ค.ศ.1926  เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ด้านหน้าเป็นหอคอยคู่ยอดแหลมสูง ส่วนอีกสถานที่สำคัญ คือ จวนผู้ว่าราชการหลังเก่า ก่อสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.2455 เป็นอาคารก่อสร้างโดยช่วงญวน แบบก่ออิฐถือปูนได้รับอิทธิพลการก่อสร้างจากตะวันตก แบบฝรั่งเศส ในยุคสงครามอินโดจีน  ที่สำคัญยังเป็นสถานที่สำคัญ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อม สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยเสด็จประทับแรม ทอดพระเนตรชมงานประเพณีไหลเรือไฟ เมื่อปี 2498 ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ให้ศึกษาเยี่ยมชม รวมถึง อาคารศาลจังหวัดนครพนมหลังเก่า ก่อสร้างเมื่อปี 2460 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล  แบบก่ออิฐถือปูนได้รับอิทธิพลการก่อสร้างจากตะวันตก แบบฝรั่งเศส ในยุคสงครามอินโดจีน  

นอกจากนี้ยังมี หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ถือเป็นสถานที่สำคัญสัญลักษณ์ ที่แสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดี ของ ชาว จ.นครพนม กับชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม และเชื้อสายจีน ที่ถูกสร้างโดยชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม เพื่อเป็นที่รำลึกก่อนย้ายกลับเวียดนามตามท่านโฮจิมินห์  หลังชนะสงครามเดียนเบียนฟู  ในยุคสงครามฝรั่งเศส โดยชาวเวียดนามที่ลี้ภัยมาอาศัยในนครพนมได้ร่วมกัน สร้างหอนาฬิกาขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2503 เพื่อระลึกถึงไมตรีจิตของคน ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้รำลึกถึงความเป็นมา โดยว จ.นครพนม มีความพร้อมที่จะต้อนรับประชาชนนักท่องเที่ยว ตลอด  9 วัน 9 คืน

ขณะที่ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าด้านการตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ต้องยอมรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หลังสถานการณ์โควิดระบาดในพื้นที่อีสาน เติบโตเร็วมาก โดยเฉพาะ จ.นครพนม ต้องขอชื่นชม เพราะจากข้อมูลพบว่า ช่วง 3 เดือนแรก ถึงปัจจุบัน หลังโควิดระบาด มีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ ยิ่ง จ.นครพนม มีสถานที่สำคัญ แลนด์มารากต่างๆ รวมถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ ทาง ททท. จึงได้ จัดงานวิจิตร 5 ภาค ขึ้น โดยคัดเลือกให้ จ.นครพนม เป็นตัวแทน ภาคอีสาน นำกิจกรรมแสงสีเสียง มาประดับตกแต่งสแสดงโชว์ในสถานที่สำคัญ สร้างความสนใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว นอกจากจะได้ชมความสวยงาม ยังได้ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ สถานที่สำคัญต่างๆ อีกด้วย เชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้ ทั้งพื้นที่ 5 ภาค จะส่งเสริมกระตุ้นตัวเลขเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้นอีกนับเท่าตัว รวมถึงนครพนม มั่นใจว่า จากปกติมีความเติบโตของตัวเลขนักท่องเที่ยว เข้าพักประมาณ 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ คาดว่ายิ่งจะส่งผลดีมีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาในพื้นที่มากขึ้นอีกเท่าตัว อย่างแน่นอน