หนุ่มใหญ่ชาวสุรินทร์นอนหนาวตายใต้ถุนบ้านสภาพศพแข็งทื่อ
วันที่ 26ธ.ค.66 เวลา14.25. น. ร.ต.อ.ปาน เมืองกลางรองสว.(สอบสวน)สภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุคนนอนตายเสียชีวิตใต้ถุน ม.5 บ้านสำโรง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจุดศีขรภูมิ ภายในใต้ถุนบ้านพบศพนายสำราญ อายุ56 ปี นอนแข็งเสียชีวิต อยู่ภายในใต้ถุนบ้านพร้อมกับมีผ้าห่มบางๆปิดลำตัวเอาไว้สภาพร่างกายไม่มีบาดแผลและรอยขัดขืนการต่อสู้แต่อย่างใด
จาการสอบถามนางเล็ก อายุ65ปี ซึ่งเป็นน้าได้บอกว่าในวันเกิดเหตุไม่มีใครทราบมาก่อน เลยว่ามาจากสาเหตุอะไร ปกติคนตายจะอยู่กับน้องชื่อสมโภชน์ อายุ52ปีซึ่ง เป็นน้องชายสติไม่ค่อยจะดี ส่วนพ่อและแม่เสียชีวิตไปนานแล้ว โดยน้องคนตายได้ออกไปหาปลาที่ทุ่งนาอยู่เป็นประจำและนำมาทำกับข้าวให้พี่กินเพราะคนตายเป็นคนที่เป็นโรคเบาหวานและความดันสูง
ในขณะที่ตนเองไปรับจ้างทำงานเทปูนภายในหมู่บ้านน้องชายคนตายได้เดินมาบอก ว่าพี่ชายไม่หายใจและปลุกไม่ยอมตื่นตนเองจึงเอะใจ พอมาดูก็พบว่า นอนเสียชีวิตไปแล้วจึงได้แจ้งให้ นายจียุทธ ภิญโญ ผู้ใหญ่บ้าน ได้รับทราบและโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศีขรภูมิ และโรงพยาบาลศีขรภูมิเข้ามาตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ
นายจีรยุทธ ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า คนตายมีพี่น้องทั้งหมด6คนแต่ละคนก็มีครอบครัวกันไปหมดแล้วคงเหลือแต่พี่น้องสองคนนี้ที่อาศัยอยู่ที่บ้านในช่วงเช้าน้องก็จะออกไปหาขอกาแฟคนภายในหมู่บ้านบ้างและขอข้าวสารมากินบ้างเพราะไม่ได้ทำนา และที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิตลงไปพี่น้องก็ไปรับจ้างทำงานทำการไปหมดและมีครอบครัวกันไปทุกคนคงเหลือไว้แต่นายสำราญ ผู้ตาย และนายสมโภชน์ ที่สติไม่ค่อยจะดีอยู่กันมาแบบนี้มานานหลายปี
และเมื่อคืนพี่น้องสองคนก็ได้นำฟางมาก่อไฟผิงให้คลายหนาวแต่พอกลับรุ่งเช้านายสำราญ ผู้ตายก็ได้ไปนอนบนเตียงใต้ถุนบ้านส่วน นายสมโภชน์น้องชายที่สติไม่ดีก็ออกไปหาปลาตามท้องทุ่ง เพื่อที่จะนำมาทำอาหารกินกลับมาถึงบ้านก็จะมาเรียกพี่ชายก็พบนอนตัวแข็งอยู่บนเตียงคาดว่านอนห่มผ้าและเสียชีวิตดังกล่าว
สำหรับศพ นายสำราญ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำไปชันสูตรศพอีกครั้งที่โรงพยาบาลศีขร หลังจากนั้นก็จะนำมาประกอบทำพิธีฌาปนกิจที่ศาลาวัดข้างบ้านเพราะครอบครัวยากจนไม่มีคนเหลียวแลโลงศพจะใส่ศพ ก็ยังไม่มี ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่รู้จะไปพึ่งพาอาศัยใครเพราะน้องก็สติไม่ดีคงจะต้องอาศัยคนในหมู่บ้านออกมาช่วยกันคนละไม้ละมือ คงเสร็จพิธี นายจีรยุทธผู้ใหญ่บ้าน กล่าว