บางคล้า..ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ความยั่งยืน

ข่าวทั่วไทย21 ก.พ. 2566 • 05:14 น.
บางคล้า..ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ความยั่งยืน

"บางคล้า" เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยนาไร่ และสวนผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น สับปะรด มะพร้าว มะม่วง ฯลฯ ซึ่งแต่ละชนิดก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วแผ่นดินผืนนี้เป็นที่ตั้งรกรากของบรรพบุรุษชาวบางคล้า ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวเชื้อสายจีนสืบทอดกันมาช้านาน วิถีของชุมชนเก่าแก่แห่งนี้มีความเป็นอยู่อย่างสงบ เรียบง่าย ต่างทำมาหากิน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันทุกคนมีความรักใคร่ปรองดองให้ความนับถือดุจพี่น้องดั่งเครือญาติ

บางคล้า เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นมาจากพรรณไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "ต้นคล้า" ซึ่งเป็นไม้พุ่มขนานเล็ก มีเหง้าใต้ดิน และหน่อออกเป็นกอใหญ่ ลำต้นสูงถึง 2 เมตร แตกกิ่งก้านตอนปลาย ใบคล้ายใบกล้วย แต่มีขนาดเล็กกว่ากันมาก ดอกสีขาวออกเป็นช่อห้อยลงมาเป็นสาย ผลกลม พบขึ้นมากตามป่าดิบเขาริมธาร และที่ชุ่มชื้น ลำต้นใช้จากสวนทางเหนือเรียกว่า "แหย่ง"

ปัจจุบันต้นคล้าในเขตบางคล้ามีเหลือน้อยมาก เท่าที่ยังเหลืออยู่เพราะชาวบ้านปลูกเอาไว้ใช้ประโยชน์ในการนำลำต้น มาเย็บจากเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเนื่องจากความต้องการในการใช้จากมุงหลังคาอาคารบ้านเรือนลดน้อยลง เพราะมีวัสดุอื่นๆที่สะดวกกว่าจึงไม่ค่อยนิยมกันมากเหมือนแต่ก่อน

สำหรับผลที่ได้รับ ดังนี้

1.ความหลากหลายของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนตำบลบางคล้า ประกอบด้วย วัฒนธรรมรวมของชุมชน ประเพณี พิธีกรรมทางศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรมอาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่น

2.องค์ความรู้การใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชุมชน พบว่าคนในชุมชนให้ความสำคัญกับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาจากวัฒนธรรมรวม ประเพณี ระบบความเชื่อ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิต สร้างความเป็นระเบียบ สร้างรายได้ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในชุมชนอย่างเหนียวแน่น 

3.การอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ความยั่งยืนของชุมชน มี 2 แบบคือ 
1) การอนุรักษ์ตามธรรมชาติ แหล่งสำคัญได้แก่ ครัวเรือน วัด 
2) การส่งเสริมสนับสนุนเพื่อการอนุรักษ์ ได้แก่ กิจกรรมเฉพาะกิจในหมู่บ้าน ตลาดชุมชน เครือข่ายการเรียนรู้ การเผยแพร่ผ่านสื่อชนิดต่างๆ การท่องเที่ยว และสถานศึกษา 

4.การบูรณาการงานวิจัยกับการเรียนการสอน ใช้หลัก 3 ประการ คือ 
1) หลักการบูรณาการงานวิจัยกับกิจกรรมการเรียนการสอน 
2) หลักการเรียนรู้นอกห้องเรียน 
3) หลักการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกลุ่มในห้องเรียน ซึ่งก่อให้เกิดความรู้ที่กว้างขวางมากขึ้น