ปภ.สมุทรสาคร บูรณาการตรวจค่าควันดำให้หน่วยรัฐฯร่วมคุมเข้มแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5  

ข่าวทั่วไทย9 ม.ค. 2567 • 15:48 น.
ปภ.สมุทรสาคร บูรณาการตรวจค่าควันดำให้หน่วยรัฐฯร่วมคุมเข้มแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2567 ที่บริเวณอบจ.สมุทรสาคร นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รอง ผวจ.สมุทรสาคร ในฐานะได้ร่วมสังเกตการณ์ภายใต้โครงการงานตรวจวัดควันดำ ให้กับรถยนต์ของศูนย์ราชการในจังหวัดฯ ทั้งนี้ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอาเข้าร่วมกิจกรรม กาศด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่สมุทรสาคร โดยมีนาย อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร พร้อมด้วยร้อยตำรวจตรีสัณฐิติ ธรรมใจ หัวหน้าสนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะเข้าร่วมกิจกรรม และนางทัตพร คงเพชร สนง.ขนส่งจังหวัดฯ, นายวัฒนา พรประเสริฐ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด, นางสายเพชร จังกาจิตต์ สนง.ประชาสัมพันธ์สมุทรสาคร และนางสุภาพ ศรีจันทร์ ผอ.ฝ่ายสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ  เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้  

“โดยโครงการตรวจวัดควันดำรถยนต์ของทางราชการในศูนย์ราชการ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ จากฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย แบบเช่นตรวจระบบความทึบแสง ซึ่งตั้งจุดตรวจวัดมี จำนวน 2 จุด ปรากฏว่า มีรถยนต์ของส่วนราชการได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อร่วมตรวจค้นหารถควันดำ รวมทั้งสิ้น 54 คัน โดย (จำแนกเป็นช่วงเช้า มีรถมาทดสอบ 14 คัน พบเจอรถที่ควันดำเกินมาตรฐาน 2 คัน อย่างไรก็ตามทางสนง.ขนส่งฯจึงได้มีการสั่งให้รีบดำเนินการแก้ไขโดยด่วน
     
สำหรับทางกรมการขนส่งทางบก ในฐานะริเริ่มใช้เกณฑ์ตรวจวัดเพื่อค้นหารถควันดำจากท่อไอเสีย นั้นสอดคล้องกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เรื่อง..กำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ แบบจุดระเบิดด้วยการอัก พ.ศ.2564     ด้วยเครื่องมือและวิธีการตรวจวัด รวม 2 ระบบ เช่น ระบบความทึกแสง ซึ่งเดิมไม่เกิน 45% ได้ปรับให้เป็นไม่เกิน 30% และการตรวจด้วยระบบกระดาษกรอง (เดินไม่เกิน 50%) ปรับขึ้นเป็นไม่เกิน 40% อันมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2565 เรื่อยมา” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามซึ่งหากเป็นรถส่วนบุคคล (ทั่วไป) ถ้าตรวจแล้วพบว่า มีควันดำเกินมาตรฐานกำหนดจะมีการถูกเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 5,000 บาท และจะถูกพ่นว่ารถห้ามใช้ ทั้งนี้จนกว่าเจ้าของรถจะนำรถไปแก้ไขหรือปรับสภาพเครื่องยนต์ เพื่อมิให้มีค่าควันดำเกินมาตรฐานะที่กำหนด ก่อนนำเข้าตรวจสภาพอีกครั้งจนผ่านเกณฑ์ที่ปรกติต่อไป