น้ำโขงหนุนลำน้ำสงครามล้นชาวบ้านเร่งต้อนควายเลี้ยงบนเกาะโอดค่าฟางแห้งวันละพัน
น้ำโขงบริเวณนครพนมสูงหนุนลำน้ำสาขาสายหลัก ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม เอ่อล้น ท่วมพื้นที่การเกษตรนาข้าว ท่วมพื้นที่เลี้ยงสัตว์ เดือดร้านชาวบ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงครามต้อนควาย นับ 1,000 ตัว เลี้ยงบนเกาะหนีน้ำท่วม โอดขาดแคลนหญ้าอาหารสัตว์ ราคาฟางอัดแท่งพุ่งเท่าตัว แบกค่าใช้จ่ายวันละ 1,000 บาท วอนภาครัฐ ดูแลช่วยเหลือระยะยาว หากน้ำไม่ลด เสี่ยงท่วมหนัก
วันที่ 18 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ที่ จ.นครพนม ผลกระทบจากแม่น้ำโขงสูง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 11.80 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ประมาณ 20 เซนติเมตร คือ ที่ประมาณ 12 เมตร ไม่เพียงส่งผลให้น้ำโขงเริ่มเอ่อล้นตลิ่ง ท่วมพื้นที่ลุ่ม ยังกระทบลำน้ำสาขาสายหลัก ประกอบด้วย ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม มีปริมาณล้นเกินความจุ เนื่องจากไหลระบายลงน้ำโขงไม่ทัน โดยเฉพาะพื้นที่ บ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ถือเป็นหมู่บ้านเสี่ยงภัย มีที่ตั้งบ้านเรือนติดกับลำน้ำสงคราม มากกว่า 300 หลังคาเรือน เริ่มได้รับผลกระทบ จากลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม เอ่อล้น ทำให้สภาพหมู่บ้าน ถูกล้อมรอบ ไปด้วยน้ำ คล้ายเกาะกลางน้ำ และเริ่มท่วมบ้านเรือนติดริมน้ำบางส่วน นอกจากนี้ยังส่งผลให้น้ำท่วมพื้นที่นาข้าว ของเกษตรกร ในพื้นที่ ได้รับผลกระทบมากกว่า 40,000 ไร่ คาดว่าหากระดับน้ำโขงไม่ลด รวมถึงมีฝนตกหนัก ในพื้นที่ จะได้รับผลกระทบมากขึ้น
ซึ่งที่สำคัญ ยังเป็นพื้นที่หมู่บ้านเลี้ยงควาย จำนวนมาก นับ 1,000 ตัว ชาวบ้าน ต้องตอนขึ้นเกาะกลางน้ำที่สูง เนื่องจากไม่สามารถปล่อยหากินตามธรรมชาติได้ ต้องแบกภาระดูแล จัดหาฟางแฟ้งอัดก้อน เป็นอาคาร จนกว่าน้ำจะลด พบว่า บางรายต้องแบกภาระซื้อฟางแห้งอัดก้อน วันละกว่า 1,000 บาท คาดว่าหากระดับน้ำไม่ลด จะต้องแบกภาระเดือนละ 10,000 – 20,000 บาท อีกทั้งราคาฟางแห้งอัดก้อน ยังมีราคาเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากราคาก้อนละ 15 -20 บาท เพิ่มเป็น ก้อนละ 40 -50 บาท เบื้องต้นภาครัฐ นำฟางแห้งอัดก้อนมาสนับสนุน แจกจ่าย แต่ยังไม่เพียงพอ
ด้าน ลุงทองคำ อายุ 55 ปี เกษตรกร ชาวบ้าน ท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม กล่าวว่า ในพื้นที่บ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม ถือเป็นพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากที่ตั้งติดกับลำน้ำสงคราม ปัจจัยหลัก คือ หากน้ำโขงสูงหนุนลำน้ำอูน ที่ไหลมาสมทบกับลำน้ำสงคราม จะเกิดปัญหาเอ่อล้น ท่วมพื้นที่การเกษตร นาข้าว โดยชาวบ้านจะปลูกข้าวนาปี แบบวัดดวงทุกปี หากน้ำไม่ท่วม จะได้ผลผลิต หากน้ำท่วม หวังแค่ค่าชดเชยเยียวยาจากภาครัฐ ที่สำคัญพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ได้รับผลกระทบหนัก ถูกน้ำท่วมหมด ถือเป็นหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงควาย จำนวนมาก นับ 1,000 ตัว ต้องต้อนไปเลี้ยงไว้บนเกาะไก่แก้ว ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร
ทั้งนี้ปัญหาที่ตามมาคือ ต้องจัดหาซื้อฟางก้อนอัดแห้ง ไปเลี้ยง จนกว่าน้ำโขงจะลด ต้องแบกภารค่าใช้จ่ายจัดซื้อ ช่วงนี้ราคาแพง เท่าตัว ก้อนละ 40 -50 บาท ตนดูแลควาย ประมาณ 15 ตัว ต้องใช้เงินวันละ 1,000 บาท แค่พอให้ฟางก้อนกินประทังชีวิต รอน้ำลด บางรายควาย หลายตัวยิ่งหนัก แบกภาระเดือนละ 20,000 -30,000 บาท จนกว่าน้ำจะลด ส่วนสัตว์เลี้ยงการเกษตรต้องเคลื่อนบ้ายขึ้นที่สูง ฝากหน่วยงานรัฐมาสนับสนุนช่วยเหลือฟางแห้งอัดก้อน ต่อเนื่อง เคยมาช่วยเหลือแต่ไม่เพียงพอ ยอมรับว่า เป็นพื้นที่เสี่ยง แต่เป็นวิถีชีวิต อาศัยมาแต่บรรพบุรุษ บางปีไม่ได้รับผลกระทบ หากน้ำโขงไม่สูง ปีนี้ถือว่าน้ำโขงมาเร็วมาก เพราะน้ำท่วมภาคเหนือ