สาวขอนแก่น สุดงง แจ้งจับเพื่อนตั้งตัวเจ้ามือแชร์เชิดเงิน ตำรวจไม่รับแจ้งอ้างไม่เคยทำคดีแบบนี้ ตัดสินใจร้องศูนย์ดำรงธรรม
สาวขอนแก่น สุดงง แจ้งความจับเพื่อนสาวหลังตั้งตัวเป็นเจ้ามือแชร์แต่ถูกเชิดเงิน แต่ตำรวจไม่รับแจ้งพร้อมระบุว่าไม่เคยทำคดีแบบนี้ ตัดสินใจร้องศูนย์ดำรงธรรม หวังพึ่งบารมี “บิ๊กตู่-ผู้ว่าฯ” เอาผิดทั้งขบวนการ พร้อมวอนผู้เสียหายทั่วทั้งประเทศแจ้งจับให้หมดเพราะเป็นผู้มีอิทธิพลชัดเจนใครไปทวงชักปืนขู่แบบเย้ยกฎหมาย
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 17 พ.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ได้มีผู้เสียหายในเขต จ.ขอนแก่น นำเอกสารหลักฐานการถูกฉ้อโกงจากขบวนการเล่นแชร์รายใหญ่ในพื้นที่เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ได้จัดการกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ที่ยังคงกระทำการอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย หลังจากที่ไม่สามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเวรฯบอกว่าไม่เคยทำคดีในลักษณะเช่นนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ดำรงธรรมได้ทำการรับเรื่องและดำเนินการตามขั้นตอน รวมทั้งสอบปากคำเบื้องต้นเพื่อสืบสาวถึงต้นตอของเรื่องดังกล่าว
น.ส.มาฆพร ก้านพลู อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 157 ม.28 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายที่ถูกเจ้ามือรายนี้ติดต่อประสานงานเพื่อเอาผิดแล้วในหลายจังหวัดซึ่งก็ได้แจ้งผู้เสียหายที่มีอยู่เกือบทั่วทั้งประเทศได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าแจ้งความดำเนินคดี หรือการร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมเนื่องจากเจ้ามือหรือท้าวแชร์รายนี้ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งแม้ว่าจะมีหน้าที่การงานที่ชัดเจนในการเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจทั้งครอบครัว แต่ก็ตั้งตัวเป็นเจ้ามือและรับเล่นแชร์มาตั้งแต่ปี 2561 ทั้งนี้โดยส่วนตัวตนเองและเจ้ามือดังกล่าว (น.ส.ภัทราวดี เหล่าวงศ์ษา) นั้นเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ระดับชั้นมัธยม โดยได้ชวนเพื่อนๆเล่นแชร์กันตั้งแต่ต้นปี 2561 ทั้งหมด 2 รูปแบบคือแชร์เงินอมเงินต้น 100,000 บาทและแชร์แจกดอกกองละ 10,000 บาท ตนเองจึงตัดสินใจร่วมเล่นแชร์ กับท้าวแชร์รายนี้ที่ตั้งชื่อวงว่า “แชร์บ้านภัทร” เริ่มจากแชร์เงินออมซึ่งมีผู้ร่วมเล่นด้วยกันทั้งหมด 19คน ซึ่งตนเองเป็นคนที่ 15 ที่ต้องจ่ายเงินออมให้กับวงเป็นจำนวนเงินเดือนละ 4,800 บาท เริ่มจ่ายมาตั้งแต่เดือน ก.พ.2561 และหากครบกำหนด 15 เดือนจะได้รับเงินจำนวน 100,000 บาทขณะเดียวกันยังคงเล่นแชร์แจกดอก กองละ 10,000 บาท ซึ่งท่าวแชร์กำหนดว่าจะปันกำไรหรือดอกเบี้ย คือ 5 วันได้รับเงิน 500 บาท 10 วัน ได้รับดอกเบี้ย 1,000 บาท สูงสุด 35 วันได้รับดอกเบี้ย 3,000 บาท
“ เมื่อตกลงเล่นแชร์ทั้ง 2 วง จึงโอนเงินไปในบัญชีธนาคารของท้าวแชร์อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งครบกำหนดคือช่วงต้นปี 2563 ท้าวแชร์เริ่มไม่ปันดอกเบี้ย เริ่มสะดุด ไม่จ่ายเงินตรงตามที่กำหนด จึงสอบถามก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาตลอด จนกระทั่งกลางปี 2563 ท้าวแชร์เปลี่ยนประเด็นไปขอให้ร่วมลงทุนเรื่องที่ดิน ซึ่งตนเองก็สังหรณ์ใจแล้วว่าพฤติกรมเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมาก เงินที่เคยได้รับหรือเงินต้นที่ควรจะได้จากการลงทุนควรที่จะโอนเงินมาให้แต่ก็ไม่ได้และผ่อนผันมาตลอดจนกระทั่ง ต้นปี 2564 ท้าวแชร์เริ่มหายไปและติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจไปหาที่บ้านที่ บ.หนองกุง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น ก็ไม่พบ แต่กลับพบว่าคนในครอบครัวของท้าวแชร์มีการโพสต์รูปภาพปืนในลักษณะข่มขู่ว่าใครมาทวงจะได้รับอันตรายแน่นอน”
น.ส.มาฆพร กล่าวต่ออีกว่า เฉพาะของตนเองสูญเงินกับท้าวแชร์รายนี้ รวม 130,000 บาท ซึงหากนับรวมคนในวงที่เล่นร่วมกันทั้งประเทศ 96 คน ยอดความสูญเสียน่าจะแตะหลักหลายล้านบาท ขณะเดียวกันยังคงพบว่าท้าวแชร์รายนี้ยังได้นำเงินไปลงทุนกับท้าวแชร์รายอื่น และเชิดเงินไปอีกหลายแสนบาทอีกด้วย จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากท้าวแชร์รายดังกล่าว เพราะอาจจะไปหลอกลวงคนอื่นๆอีกจำนวนมาก ขณะเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปที่บ้านท้าวแชร์รายนี้ก็พบว่ายังคงอยู่แบบสุขสบาย มีรถหลายคัน มีกิน มีใช้ อย่างฟุ่มเฟือยโดยไม่สนใจผู้เสียหาย อีกทั้งหากจะไปทวงที่บ้านก็กลัวจะถูกทำร้ายร่างกายหรือเกิดอันตรายได้เพราะคนในครอบครัวของท้าวแชร์รายนี้มีการข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดียด้วยอาวุธปืนประเภทต่างๆ อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้เสียหายดังกล่าวได้มีการเดินทางเข้าไปแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น โดยมีการนำเอกสารหลักฐานต่างๆไปอย่างครบถ้วน แต่ไม่สามารถลงบันทึกประจำวันหรือดำเนินการใดๆได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวนเวรฯ ไม่รับแจ้งความหรือดำเนินการใดๆ โดยระบุว่าไม่เคยทำคดีในลักษณะเช่นนี้ จึงทำให้กลุ่มผู้เสียหายนำเอกสารทั้งหมดเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมเพื่อหวังพึ่ง นายกรัฐมนตรีและ ผวจ.ขอนแก่น เอาผิดกับกลุ่มขบวนการดังกล่าวอย่างถึงที่สุด