ที่ปรึกษาหอการค้าตาก  ชี้ ธนาคารกลาง เมียนมา สั่งให้บริษัท-บุคคล ที่มีเงินกู้ต่างประเทศ ระงับการชำระคืนหนี้ต่างประเทศชั่วคราว

ข่าวทั่วไทย21 ก.ค. 2565 • 05:39 น.
ที่ปรึกษาหอการค้าตาก  ชี้ ธนาคารกลาง เมียนมา สั่งให้บริษัท-บุคคล ที่มีเงินกู้ต่างประเทศ ระงับการชำระคืนหนี้ต่างประเทศชั่วคราว

ที่ปรึกษาหอการค้าตาก  ชี้ ธนาคารกลาง เมียนมา สั่งให้บริษัท-บุคคล ที่มีเงินกู้ต่างประเทศ ระงับการชำระคืนหนี้ต่างประเทศชั่วคราว เพื่อต้องการรักษาทุนสำรองระหว่างประเทศ – ส่งผลกระทบค้าชายแดนแม่สอด

นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ นักธุรกิจค้าชายแดนไทย-เมียนมา   และ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวถึงกรณีธนาคารกลางเมียนมา ได้ส่งหนังสือถึงธนาคารพาณิชย์ต่างๆ และบุคคลชาวเมียนมา ที่ได้รับอนุญาต เพื่อระงับการจ่ายคืนหนี้ต่างประเทศไม่ว่าจะในรูปของเงินสดหรือในรูปแบบอื่นๆ รวมทั้งให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งต่อลูกค้าว่าให้ปรับตารางการจ่ายคืนหนี้กับเจ้าหนี้ต่างประเทศ  ว่า ขณะนี้ได้ส่งผลกระทบกับตลาดการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ด่านแม่สอด (อ.แม่สอด จ.ตาก) –เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา อย่างต่อเนื่อง  ส่วนหนึ่งที่สำคัญคืออัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินจ๊าต(เมียนมา) กับเงินบาทไทย กระทบหนักจนแทบจะทำการค้าไม่ได้ รัฐบาลเมียนมาเริ่มบีบให้ต้องใช้เงินดอลล่าทำการค้า ตามแนวชายแดน เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาต้องการเงินดอลล่าไปชำระหนี้ต่างประเทศ รวมทั้งการนำไปซื้อน้ำมัน ที่ต้องใช้เงินดอลล่า  ส่งผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ เงินดอลล่าในเมียนม่าแทบจะหมดจากำคลัง    และตอนนี้รัฐบาลเมียนม่าต้องชำระหนี้ต่างประเทศ นำเงินดอลล่าเพื่อไป ซื้อน้ำมันมาใช้ภายในประเทศ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ เสมือนหนึ่งปัญหาคล้ายๆ ในประเทศศรีลังกา   ซึ่งเมื่อไม่มีเงินดอลล่าเข้าประเทศ ทำให้การค้าชายแดนไทย-เมียนมา แม่สอด-เมียวดี  เริ่มส่งผลกระทบ คาดว่าจะต่อเนื่องและหนักขึ้น  ประกอบกับ เงินเฟื้อเริ่มพุ่งจะสูงขึ้น  และสินค้าจะแพงขึ้น    และในส่วนของค่าเงินที่ซื้อขายเงิน ในตลาดมืดกับเงินในตลาดแจ้งก็แตกต่างกัน มาก


รายงานข่าวแจ้งว่า สถานการณ์การค้าชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก กับ จ.เมียวดี เริ่มมีผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวมา 1-2 อาทิตย์แล้ว  และมาเริ่มรุนแรงหนักขึ้นในช่วงนี้ คาดว่าจะต้องรอดูสถานการณ์ภายในปลายเดือนกรกฎาคมนี้จนถึงต้นเดือนสิงหาคม 2565 ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร จะรุนแรงขึ้นหรือบรรเทาเบาบางลง

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางเมียนมา ได้ส่งหนังสือถึงธนาคารพาณิชย์ต่างๆ รวมทั้งบุคคล  ที่ได้รับอนุญาต เพื่อระงับการจ่ายคืนหนี้ต่างประเทศไม่ว่าจะในรูปของเงินสดหรือในรูปแบบอื่นๆ รวมทั้งให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งต่อลูกค้าว่าให้ปรับตารางการจ่ายคืนหนี้กับเจ้าหนี้ต่างประเทศ   และ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ธนาคารกลางของเมียนมา ยังได้อนุญาตให้สถาบันต่างประเทศสามารถตั้งบริษัทไฟแนนซ์ได้เองหรือเข้าร่วมลงทุนในเมียนมาเพื่อเสริมเงินทุนต่างชาติ


 
โดยบริษัทในเมียนมามีหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์รวมกันอย่างน้อย 1.2 พันล้านดอลลาร์ จากข้อมูลของ Bloomberg โดยบริษัทที่มีหนี้ต่างประเทศ เช่น Ooredoo Myanmar ทำธุรกิจสื่อสาร City Square Commercial ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ Apollo Towers Myanmar ธุรกิจเสาสัญญาณสื่อสาร
 
ทั้งนี้ ค่าเงินจ๊าดของเมียนมาเมื่อเทียบกับดอลล่า นั้นได้อ่อนค่าลงมาราว 1 ใน 3 เมื่อปีที่ผ่านมา  ภายหลังมีการรัฐประหารโดยรัฐบาลทหารของเมียนมา ส่งผลให้เงินสำรองในสหรัฐฯ ถูกแช่แข็ง  ในขณะที่เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศก็ถูกระงับลงด้วย