กยท.เร่งขับเคลื่อนโครงการชะลอยางให้ราคาสูงขึ้น​ส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาผลผลิตมาตรฐานโลก

ข่าวทั่วไทย28 ม.ค. 2566 • 00:07 น.
กยท.เร่งขับเคลื่อนโครงการชะลอยางให้ราคาสูงขึ้น​ส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาผลผลิตมาตรฐานโลก

รองผู้ว่าฯ การยางแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่บุรีรัมย์มอบนโยบายผู้บริหารภาคอีสานตอนล่าง 10 จังหวัด  เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการชะลอยางให้ราคาสูงขึ้น   พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาผลผลิตยางพาราให้มีคุณภาพมาตรฐานโลก  เผยหลังโควิดคลี่คลายมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้น สวนทางกับผลผลิตน้อยลง ทั้งยังเกิดโรคใบร่วงระบาดหลายพื้นที่ 
       

วันที่  27 ม.ค.66  นายสุขทัศน์   ต่างวิริยกุล   รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านปฏิบัติการ   ได้ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ประชุมผู้บริหารในสังกัดการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของการยางแห่งประเทศไทย ดังนี้ 

1. การยางแห่งประเทศไทย มีนโยบายขับเคลื่อนโครงการชะลอยาง ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งครอบคลุม 10 จังหวัด ประกอบด้วย​ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัด ศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม​ และจังหวัดอำนาจเจริญ            

ซึ่งมีนโยบายชะลอยางทั้งสิ้น 20% ของปริมาณยางทั้งหมด ( 60,000 ตัน) มูลค่า 2,400 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2566 ซึ่งจะช่วยให้ราคายางมีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคตอย่างยั่งยืน โดยจะนำยางในโครงการชะลอยาง เข้าไปปรับผลิตเป็นยางแท่ง STR20 ที่กองจัดการโรงงาน4 จังหวัดศรีสะเกษ หรือภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ และมีแหล่งจำหน่ายกับผู้ขายอย่างโดยตรงกับผู้ใช้อย่างโดยตรง  2.แนวทางการดำเนินการผลิตยางของเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร  การยางแห่งประเทศไทยดำเนินการผลิตยางเพื่อให้ได้มาตรฐานระดับโลก เช่น GAP,GMP,ISO หรือ FSC เป็นการช่วยให้เกษตรกร และสถาบันเกษตรกร ได้รับราคาที่สูงขึ้น จากเดิมประมาณกิโลละ 1.20 บาท ทำให้เกษตรกรชาวสวนยาง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  

3.แนวทางแก้ไขปัญหาราคายางทั้งระบบ  โดยจะเริ่มตั้งแต่ให้เกษตรกรปลูกยางแบบยั่งยืน ไม่มีการรุกล้ำป่าสงวนและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนอาชีพเสริมแก่เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อเพิ่มรายได้ระหว่างรอเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่ม จัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ รวมกลุ่มพัฒนาคุณภาพผลผลิตและการจำหน่าย สร้างตลาด จำหน่ายยางพาราที่ครอบคลุมและสะดวกต่อผู้ซื้อยาง รวมทั้งผลิตยางพาราที่เข้าสู่ตลาดอย่างมีคุณภาพ สนับสนุนให้สถาบันเกษตรกร แปรรูปผลผลิตต่างๆให้เป็นผลิตภัณฑ์ ขั้นกลางน้ำเช่นยางเครฟยางแท่ง STR20 การผลิตน้ำยางข้น เพื่อเพิ่มมูลค่าโดยใช้เงินสนับสนุนตามมาตรา 49 (3) รวมทั้งการยางแห่งประเทศไทยจะร่วมมือกับผู้ใช้อย่างที่เป็นภาคเอกชนเข้ามารับซื้อยางจากสถาบันโดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง   

4. แนวทางในการขับเคลื่อนร่วมกับผู้ผลิตยางภาคเอกชนผู้ใช้ยาง การยางแห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนการผลิตยางที่มีคุณภาพตามมาตรฐานความต้องการของบริษัทภาคเอกชนระดับโลก เช่น บริษัทบริสโตน บริษัท มิชลิน เบื้องต้น จะใช้ยางพารา ประมาณ 50,000 ตันต่อเดือน โดยได้ดำเนินการสำรวจและพัฒนาและพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางในกระบวนการผลิตยางตามกระบวนการ rubber way ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของยางได้ตามความต้องการของบริษัท
           

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านปฏิบัติการ  เปิดเผยว่า ความต้องการยางพาราของตลาดโลก ในช่วงสภาวะโรคระบาดโควิด 19 จากก่อนสภาวะโรคระบาด โควิด 19 ปริมาณการผลิตยาง 4.9 - 5 ล้านตัน พอเกิดกระทบในช่วงโควิด และโรคใบร่วงยางพารา หรือการไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นนอกจากยางพารา ทำให้ปริมาณยางพารา ลดลงเหลือ 4.7 ล้านตัน จากผลผลิตตลาดโลก 14 ล้านตัน ซึ่งแนวโน้มความต้องการปริมาณยางของตลาดโลก มีความต้องการสวนทางกับปริมาณยางที่ผลิตได้ของประเทศไทย และโลก ทำให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญตามความต้องการของตลาดที่มีความต้องการสูงมาก  นอกจากนั้นการยางแห่งประเทศไทย ยังมีโครงการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร อีกหลายโครงการ เช่น โครงการชะลอยาง โครงการให้เงินกู้หรือเงินอุดหนุนแก่เกษตรกรชาวสวนยาง อีกทั้งยังมีสวัสดิการให้เกษตรกรชาวสวนยาง เช่น โครงการประกันชีวิต รายละ 500,000 บาทอีกด้วย