ผู้ประกอบการสถานบันเทิงพัทยา วอนรัฐเห็นใจหามาตรการฟื้นฟู
จากกรณีที่ ศบค.ใหญ่ กรมควบคุมโรค ได้อนุมัติให้มีการปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และสถานอาบอบนวด 41 จังหวัด เป็นเวลา 14 วัน เพื่อตัดตอนการแพร่เชื้อโควิด-19 ในวงกว้าง ซึ่ง 1 ในนั้น มีพื้นที่จังหวัดชลบุรีรวมอยู่ด้วย ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 เมษายนเป็นต้นไปนั้น
สำหรับเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งของสถานบันเทิงยามค่ำคืนทำให้คำสั่งนี้ส่งผลกระทบโดยตรง โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถาม นายสมโภช (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ประ กอบการสถานบันเทิงรายหนึ่งในเมืองพัทยา เปิดเผยว่าเปิดสถานบันเทิงขนาดกลางในเมืองพัทยามาหลายปีแล้วมีธุรกิจอยู่จำนวน 2 กิจการมีพนักงานร้านละ 40 คน หลังโควิดระลอกแรก ก็ได้ปิดตัวไปทั้ง 2 กิจการ ทำให้พนักงานลูกจ้างต่างตกงานไปโดยปริยายแต่หลังจากกลับมาเปิดได้สถานการณ์ก็ดีขึ้นแต่ยังถือว่าทรงตัวเท่านั้น
กระทั่งโควิดระลอก 2 ก็ต้องปิดกิจการอีกครั้ง ทำให้เกิดหนี้สิ้นมากมาย ทั้งการแบกภาระค่าเช่าที่ ค่า จ้างพนักงาน และครองชีพส่วนตัว หลังจากทางภาครัฐได้อนุมัติให้เปิดได้อีกครั้งในช่วงเดือน ก.พ.64 ก็กลับมาเปิดได้เพียง 1 กิจการ เนื่องจากแบกภาระหนี้สินไม่ไหว แต่กลับเปิดได้เพียงไม่ถึง 2 เดือน กลับมีโควิดคลัสเตอร์ใหม่อีก ทางผู้ประกอบการและพนักงานต่างเกิดความท้อแท้รวมทั้งภาระหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นในกรณีที่ทางภาครัฐได้มีคำสั่งให้สถานบันเทิงหยุด 14 วัน ในฐานะผู้ประกอบการ จึงจำต้องน้อมรับและปฏิบัติตามคำสั่งของภาครัฐอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงภาครัฐ วอนเห็นใจผู้ประกอบการและพนักงานในธุรกิจภาคกลางคืนในเมืองพัทยาด้วยว่าเป็นธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับต้นๆ แต่เมื่อภาครัฐมีคำสั่งก็ต้องปฏิบัติตาม แต่หากมีคำสั่งให้เปิดสถานบริการได้ในภายภาคหน้า อยากให้มีการสอบถามทำความเข้าใจกับผู้กลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิง หรือมีมาตรการเยียวยาบุคคลกลุ่มนี้ให้เหมาะสม ทั้งเรื่องของเวลาเปิดปิดสถานบันเทิง อยากให้ทางภาครัฐปรับเวลาให้เหมาะสมกับสถานบริการ เพื่อให้ธุรกิจภาคกลางคืนอยู่รอดและกลับมาฟื้นฟูตนเองได้ ทำให้พนักงานและผู้ประกอบการมีรายได้ ที่จะส่งเสียเลี้ยงครอบครัวต่อไป