กรมการกงสุลสัญจรบริการทำหนังสือเดินทางเคลื่อนที่

ข่าวทั่วไทย31 ม.ค. 2565 • 16:15 น.
 กรมการกงสุลสัญจรบริการทำหนังสือเดินทางเคลื่อนที่
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า กรมการกงสุลสัญจร ซึ่งนำโดย นาย จาตุรนต์ ไชยะคำ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้นำหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน แบบ walk-in โดยไม่ต้องลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้า ที่อาคารสโมสรข้าราชการศูนย์ราชการจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 31 ม.ค. - วันที่ 4 ก.พ. 2565 เวลา 08.00-16.30 น. เพื่อให้บริการรับคำร้องขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไป (ไม่รวมหนังสือเดินทางทูต ราชการ และหนังสือเดินทางของพระภิกษุ) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำหนังสือเดินทางในสำนักงานหนังสือเดินทางสาขาต่าง ๆ รวมทั้งการให้ความรู้และข้อมูลด้านกงสุลที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งในด้านการทำงาน ท่องเที่ยว ประกอบธุรกิจ และการศึกษาเล่าเรียน โดยมีประชาชนทั้งในจังหวัดน่าน และต่างจังหวัดใกล้เคียงมารับบริการตลอดทั้งวัน กว่า 700 ราย ทั้งนี้ส่วนใหญ่นำไปใช้ในการเดินทางไปทำงาน โดยประชาชนที่ต้องการมาทำหนังสือเดินทาง สามารถเตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำร้อง ได้ดังนี้ สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพียงนำบัตรประชาชนและพาสปอร์ตเล่มเดิม (หากมี) มาเท่านั้น สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี บิดาและมารดาจะต้องมาเซ็นต์ยินยอม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องเตรียมได้ที่เว็บไซต์กรมการกงสุล https://consular.mfa.go.th/ (หัวข้อบริการประชาชน -หนังสือเดินทาง-เอกสารทำหนังสือเดินทาง) ทั้งนี้สามารถเลือกทำเล่ม 10 ปี (สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ค่าธรรมเนียม 1,500 บาท) และ 5 ปี (ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท) และสามารถส่งเล่มทางไปรษณีย์ โดยมีค่าธรรมเนียม 40 บาท (ใช้เวลา 7-10 วันทำการ) โดยจะส่งตามที่อยู่ที่ผู้รับบริการระบุไว้ กรณีไม่ได้รับเล่มหนังสือเดินทางตามกำหนด โปรดติดต่อฝ่ายไปรษณีย์ กองหนังสือเดินทาง โทร.02-2035000 ต่อ 32451,32452 นอกจากนี้หนังสือเดินทางอายุใช้งานเหลือ 6 เดือน หรือน้อยกว่า ควรขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ โดยนำหนังสือเดินทางเล่มเดิมมายกเลิกด้วย ซึ่งนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้มีการเสนอให้มีการจัดตั้งหน่วยบริการจัดทำหนังสือเดินทางที่จังหวัดน่าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง โดยทางกรมการกงสุลจะนำไปพิจารณาถึงแนวทางการดำเนินการต่อไป