ครอบครัวนักศึกษาฝึกงานในอิสราเอล สวมกอดหลังกลับถึงบ้านเกิดอย่างปลอดภัย ลั่นไม่ให้กลับไปอีกแล้ว  

ข่าวทั่วไทย19 ต.ค. 2566 • 08:33 น.โดย จันทนา กูรีกัน
ครอบครัวนักศึกษาฝึกงานในอิสราเอล สวมกอดหลังกลับถึงบ้านเกิดอย่างปลอดภัย ลั่นไม่ให้กลับไปอีกแล้ว  

ทันทีที่นายอับดุลเลาะห์ มานะบุตร อายุ 19 ปี นักศึกษาฝึกงานไทยในประเทศอิสราเอลเดินทางกลับถึงบ้านเกิด ที่ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  สร้างความปลาบปลื้มปิติยินดีกับทุกคนในครอบครัวที่เฝ้ารอ  ต่างโผเข้าสวมกอดการเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย หลังเกิดเหตุโจมตีในประเทศอิสราเอล  ซึ่งเมืองอีดานเป็นเมืองที่น้องอับดุลเลาะห์อาศัยอยู่ ห่างจากจุดเกิดเหตุ 100 กิโลเมตร 

จากเหตุการ์สงครามในครั้งนี้ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล นำทีมวันโฮม  ของกระทรวง พม. โดยนายแก้วกฤษกร โภคะนาคินธร์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสตูล พร้อมนายกอบต.ฉลุง ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำหลายฝ่ายต่างมาให้กำลังใจ เยี่ยมเยียนสอบถาม และยื่นมือเข้าช่วยเหลือหากมีความต้องการ  พร้อมมอบเงินสงเคราะห์ให้กับครอบครัวน้องอับดุลเลาะห์  พร้อมรับฟังปัญหาขณะที่อาศัยอยู่ที่ดังกล่าว

โดยนายอับดุลเลาะห์ เล่าว่า ได้เดินทางไปอยู่ที่เมืองอีดาน  ประเทศอิสราเอล ร่วม 3 เดือน เพื่อฝึกงานตามที่มหาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส ส่งตัวไปตามโครงการสหกิจศึกษาด้านเทคโนโลยีการเกษตรประเทศอิสราเอล  ระยะเวลากำหนดคือ 10 เดือน โดนมีเพื่อนเดินทางไปร่วมฝึกงานในครั้งนี้ด้วย 30 คน โดยแต่ละคนจะกระจายกันตามฟาร์มต่างๆ แห่งละ 2  คน ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์จะมีเวลาเรียน 1 วัน ที่เหลือคือภาคปฏิบัติ อยู่ในฟาร์มเกษตร เก็บผลผลิตทางการเกษตร อาทิ เมล่อน พริกหยวก  พริกหวาน อยู่ในฟาร์มวันละ 8 ชม.โดยได้ค่าจ้างวันละ 2,000 บาท โดยการฝึกงานในครั้งนี้ก็มีเพื่อนจากภาคอีสานของไทย มาร่วมฝึกด้วยเช่นกัน

นายอับดุลเลาะห์ เล่าต่อว่า หลังเกิดสงครามที่ดูจะยืดเยื้อ เกือบทุกวันจะเห็นเครืองบินบินผ่านไปมา และเสียงระเบิดก็ได้ยินดังสนั่นมาถึงตนที่อยู่อาศัย และไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะลามมาถึงที่ตนอาศัยเหรือไม่  การกลับมาในครั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส เป็นคนประสานให้นักศึกษาฝึกงานกลับทันทีทุกคน ไม่มีใครบาดเจ็บ อาจจะเสียขวัญบ้างแต่ปลอดภัยดี  และคิดว่าไม่กลับไปที่อิสราเอลอีกแล้ว  แต่จะนำความรู้ด้านการเกษตรมาปลูกเมล่อนเองที่บ้าน   

ด้านนางไซหนับ มานะบุตร แม่ของน้องอับดุลเลาะห์ เล่าว่า คัดค้านโดยตลอดไม่อยากให้ลูกไปฝึกงานที่ประเทศอิสราเอล เพราะเป็นห่วงทราบข่าวตลอดว่ามีเหตุการณ์สงครามบ่อยครั้ง  แต่ห้ามลูกไม่ได้เพราะทางโรงเรียนก็บังคับให้ไป และลูกก็อยากไป เพราะอยากหาเงินมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว ทันทีที่มีเหตุติดต่อกับลูกตลอดให้รีบกลับมาบ้านเรา เพราะดูแล้วเหตุการณ์จะยืดเยื้อ และคิดว่าคงไม่ให้กลับไปอีก ตอนนี้ยังมีบุตรสาวอีกคนเรียนอยู่ที่อียิป แต่โชคดีที่ไม่มีเหตุการณ์สงครามเหมือนอิสราเอล 

สำหรับจังหวัดสตูลมี แรงงานไทยเดินทางไปทำงานทีประเทศอิสราเอล 1 คนยังเดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดในวันพรุ่งนี้  และนักศึกษาฝึกงาน  1 คน ที่เดินทางกลับมาถึงแล้ว