อ่างทอง จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ 

ข่าวทั่วไทย6 พ.ค. 2566 • 12:03 น.โดย เฉลิมศักดิ์ บุญประคอง
อ่างทอง จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ 

วันที่ 6 พ.ค.66 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง (หลังเก่า) นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ จำนวน 85 รูป เนื่องโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอ่างทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอ่างทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง อัยการจังหวัดอ่างทอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอ่างทอง (ท.) ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอ่างทอง หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอ่างทอง ข้าราชการ จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนชาวจังหวัดอ่างทอง ร่วมพิธี

จากนั้น ณ หอประชุมอำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ และกล่าวน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นต้นแบบของผู้มีจริยวัตรงดงาม ทรงเปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะตลอดพระชนม์ชีพ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ เพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีพระหฤทัยแน่วแน่ ในการช่วยเหลือประชาชน  

ด้านการศึกษา ทรงก่อตั้งสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย พระองค์ยังทรงเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทรงเป็นองค์พระอุปถัมภ์ "มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์" (สอวน.) นำเยาวชนไทยไปแข่งขันวิชาการ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ติดต่อกันมายาวนานหลายปี ตั้งแต่ปีแรกที่มีการส่งเยาวชนร่วมแข่งขัน 

ด้านสังคมสงเคราะห์ ทรงอุทิศพระวรกาย ในการพัฒนาท้องถิ่นชนบทและการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ยากจน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงตระหนักถึงปัญหาชุมชนแออัด เสด็จเยี่ยมชุมชนแออัดหลายแห่ง ในกรุงเทพมหานคร เป็นการส่วนพระองค์ ทรงห่วงใยเด็กและครอบครัวในชุมชนแออัด โดยทรงรับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมให้อยู่ในพระอุปถัมภ์ มีผลให้เกิดโครงการพัฒนาเด็ก เพิ่มขึ้นหลายโครงการเช่น โครงการพัฒนาเด็กในชุมชน และโครงการสาธารณสุขมูลฐาน สำหรับแม่และเด็ก กองทุนนมและอาหารเสริม และกองทุนงบฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากไร้ในชุมชนแออัด ให้พ้นสภาวะขาดสารอาหาร นอกจากนั้น ยังช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอัคคีภัย อุบัติภัย และภัยจากเคมี 

ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข พระองค์ทรงเป็นประธานของมูลนิธิต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หรือหมอกระเป๋าเขียว รวมทั้งมูลนิธิโรคไต และทรงเป็นประธานมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช ซึ่งมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการให้ทุนการศึกษาแพทย์ตามโครงการแพทย์ชนบท ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาลที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่จะสมัครเป็นอาจารย์วิชาการพยาบาล 

ทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งทรงร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีก่อตั้ง และพระราชทานพระราชทรัพย์ ประเดิมร่วมกับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทาน ในการก่อตั้งมูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อจัดทำขาเทียมและพระราชทานแก่ผู้พิการขาขาดผู้ยากไร้ในชนบท และค้นคว้า วิจัย พัฒนาชิ้นส่วนขาเทียมจากวัสดุภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นอกจากนี้ ยังได้ทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน อาทิ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อพัฒนาการพยาบาล ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ เป็นต้น

ด้านการศาสนาและศิลปวัฒนธรรม พระกรณียกิจสำคัญด้านพุทธศาสนา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ การประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับสากล อักษรโรมันฉบับแรกของโลก ทั้งยังทรงเป็นองค์ประธานก่อตั้ง และองค์ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในการแปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกสากล อักษรโรมัน เพื่อพระราชทานแด่นานาประเทศตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2548 ทรงส่งเสริมงานแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น ดนตรีคลาสสิกละครอุปรากร ทั้งยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์งานแสดงประจำปีและวงดนตรี เช่น วงดุริยางค์เยาวชนไทย ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเสด็จทอดพระเนตรการแสดงในหลายโอกาส และทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ "มูลนิธินาฏยศาลา หุ่นละครเล็กฯ"  อันประกอบด้วย โรงละครและนักแสดงที่สืบทอดปณิธานการแสดงหุ่นละครเล็กจากศิลปินแห่งชาติ

จากพระกรณียกิจดังกล่าวข้างต้น องค์การยูเนสโกจึงมีมติรับรองในการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 9 - 24 พฤศจิกายน 2564 ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ยกย่องพระเกียรติคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโลก ในปี 2565 - 2566 ด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและคณิตศาสตร์ และด้านวัฒนธรรม