ท่องเที่ยววิถีไทย ออนซอนผ้าไหมแพรวา ปีใหม่เยือนกาฬสินธุ์ ชิม ช็อป ชม ใช้ สุดคุ้ม
“กราบพระธาตุยาคู หลวงพ่อองค์ดำ เพื่อความเป็นสิริมงคล เที่ยวสะพานเทพสุดา พาเที่ยวภูสิงห์ วัดภูค่าว วัดวังคำ กินกุ้งใหญ่เมืองกาฬสินธุ์ ที่พักสะอาดปลอดภัย ใส่ใจนักท่องเที่ยว” คือสโลแกนการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นนี้ ที่นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนนักท่องเที่ยว มาเยี่ยมเยือนเมืองน้ำดำหรือ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งมีของดีและสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ ตามคำขวัญประจังหวัดที่ว่า “หลวงพ่อองค์ดำลือเลื่อง เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมผู้ไท ผ้าไหมแพรวา มหาธารลำปาว ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี” ซึ่งรอรับการมาเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวตลอดปี และชาวกาฬสินธุ์ก็พร้อมที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดี ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดีงาม
นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ 18 อำเภอ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาทุกภาคส่วนได้ร่วมบูรณาการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดโครงการหมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถีของดีบ้านฉัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในทิศทางที่ดีขึ้น ถือเป็นการจุดประกายการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชน ทำให้เกิดภาพจำแห่งการท่องเที่ยว เกิดจุดเช็คอินเพิ่มมากขึ้น ล้วนเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวและประชาคมทั่วไป ได้มาเที่ยว มาสัมผัส ผลดีที่ติดตามมาก็คือกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชน สู่ระดับภูมิภาคได้เป็นอย่างดี
นายศุภศิษย์ กล่าวอีกว่า ถึงแม้ จ.กาฬสินธุ์จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองรองของการท่องเที่ยว แต่ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่นั้นไม่เป็นสองรองใคร ล้วนมีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี คือพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง ต.หนองแปน อ.กมลาไสย, แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรม เช่น ผ้าไหมแพรวา ราชินีแห่งไหม บ้านโพน อ.คำม่วง, แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา เช่น วัดวังคำ อ.เขาวง วัดพุทธนิมิตภูค่าว วัดพุทธาวาสภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์, แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เขื่อนลำปาว และแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา เช่น อุทยานไดโนเสาร์และพิพิธภัณฑ์สิรินธร อ.สหัสขันธ์ เป็นต้น
“ล่าสุด เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว และรองรับนักท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลาย ในส่วนของพิพิธภัณฑ์สิรินธร ยังได้มีการจัดงาน Kalasin Geopark หรืออุทยานธรณีกาฬสินธุ์ ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร โดยความร่วมมือของทางจังหวัด อบจ.กาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ รวมทั้งภาคประชาชนด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้พิพิธภัณฑ์สิรินธร เป็นอุทยานธรณีระดับโลกในอนาคตอีกด้วย” นายศุภศิษย์กล่าว
ด้านนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดนั้น อบจ.กาฬสินธุ์พร้อมให้การสนับสนุน หรือเป็นจุดสตาร์ทอัพให้กับทุกภาคส่วนในทุกๆด้าน เพื่อร่วมพัฒนา ประชาสัมพันธ์ ให้นักเที่ยวและประชาคมโลก ได้รู้จักจังหวัดของเรามากขึ้น และเดินทางมาท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น เช่น ในส่วนของการจัดงาน Kalasin Geopark หรืออุทยานธรณีกาฬสินธุ์ ถือเป็นการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาและโลกบรรพชีวิน ซึ่งสมบูรณ์ที่สุด และมีความหลากหลาย ให้ประชาชน เยาวชน นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแล้วได้ความรู้ เกิดความประทับใจ และอยากจะมาเยี่ยมเยือนอีก
“จ.กาฬสินธุ์ มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย หรือเป็นไปตามปฏิทินของฮีต 12 คอง 14 ตลอดปี สามารถเชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวได้ภายใน 1 วัน เช่น หากเริ่มต้นจาก อ.ยางตลาด ชมวิถีชีวิตการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม และรับประทานเมนูจากกุ้งก้ามกรามสดจากบ่อ, อ.เมืองกาฬสินธุ์ สักการะหลวงพ่อองค์ดำวัดกลาง (พระอารามหลวง) ชมทัศนียภาพเขื่อนลำปาว, อ.สหัสขันธ์ พิพิธภัณฑ์สิรินธร วัดพุทธาวาสภูสิงห์ วัดพุทธนิมิตภูค่าว, อ.คำม่วง ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไท วิถีชีวิตชาวผู้ไท การทอผ้า และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวา ชม ชิม พุทราหวานเลิศรส, อ.สมเด็จ ผาเสวยภูพาน, อ.เขาวง วัดวังคำ, อ.กุฉินารายณ์ วิถีชีวิตชาวผู้ไทหนองห้างและโฮมสเตย์โคกโก่ง สิ้นสุดที่ อ.กมลาไสย สักการะพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางการท่องเที่ยว สามารถแวะชิม ช็อป ชม ใช้ สุดคุ้ม และประทับใจแน่นอน” นางเฉลิมขวัญกล่าว