สตูลคืบหน้า​ โรฮิงญารับออกจากค่ายลี้ภัยบังคลาเทศไปยังประเทศที่สาม 

ข่าวทั่วไทย15 มิ.ย. 2565 • 13:29 น.
สตูลคืบหน้า​ โรฮิงญารับออกจากค่ายลี้ภัยบังคลาเทศไปยังประเทศที่สาม 

สตูลคืบหน้า…โรฮิงญารับออกจากค่ายลี้ภัยบังคลาเทศไปยังประเทศที่สาม  ขณะที่สาธารณสุขนำวัคซีนโควิดมาบริการฉีด

แนวทางการสอบสวนชาวโรฮิงญา 59 คนที่ถูกนำมาทิ้งปล่อยเกาะในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา พบว่าต้นทางเดินทางมาจากรัฐยะไข่ เมียนม่า ต่อเนื่องด้วยที่ค่ายลี้ภัยบังคลาเทศ และต้องการจะเดินทางต่อเพื่อไปหาญาติพี่น้องและหางานทำที่เชื่อว่าจะมีอนาคตที่ดีกว่ายังประเทศมาเลเซีย  แต่มาถูกหลอกเสียก่อน 

ขณะที่มาตการดูแลช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษย์ธรรม  ทีมแพทย์พยาบาลสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูลนำวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 มาบริการฉีดให้ผู้สมัครใจเพื่อป้องกันพร้อมออกใบรับรองสร้างความพึงพอใจและสมัครใจฉีด 59 คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 

นายแพทย์สมบัติ   ผดุงวิทย์วัฒนา   นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูลพร้อมนายแพทย์ธนิศ  เสริมแก้ว  สาธารณสุขนิเทศเขตสุขภาพที่ 12 และเจ้าหน้าที่นำวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 นำมาฉีดให้กับชาวโรฮิงญาทั้ง 59 คนที่สมัครใจรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคหลังมีชาวโรฮิงญาหลายคนยังไม่เคยได้รับวัคซีนเลยแม้แต่เข็มเดียว  ซึ่งเป็นหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษย์ธรรมที่ทางจังหวัดสตูลดูแลให้กับกลุ่มผู้อพยพย้ายถิ่นฐานในครั้งนี้ 

แนวทางการสอบสวนหลังช่วยเหลือชาวโรฮิงญา  59 ชีวิตจากเกาะดง อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา มาพักชั่วคราวที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 436 ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.2565 ที่ผ่านมาร่วมกว่า 12 วันแล้วนั้น ขั้นตอนการสอบสวนได้แล้วเสร็จ  และยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อคัดแยกเหยื่อถึงการเดินทางมาว่าถูกบังคับขู่เข็ญหรือสมัครใจ  พร้อมกับเส้นทางขบวนการค้ามนุษย์ในต่างประเทศแม้ขณะนี้ยังไม่พบขบวนการค้ามนุษย์ดังกล่าวในไทยก็ตาม  

โดยข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า    ต้นทางการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานมาจากรัฐยะไข่    ประเทศเมียนม่า   มาปักหลักอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยบังคลาเทศ  ด้วยไม่มีงานทำ   ไม่ได้อิสระในการออกนอกค่ายและอยากไปหาญาติพี่น้องในประเทศมาเลเซีย  ทำให้พวกเขาต้องการจะเดินทางไปยังประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศที่พวกเขาคิดว่าคืออนาคตที่ดีกว่า จึงยอมจ่ายค่าเดินทางคนละ 5000 ริงกิต แต่ไม่คาดคิดว่าจะถูกหลอกมาทิ้งไว้ที่เกาะของประเทศไทย 

การดูแลอย่างดีของทางการจังหวัดสตูลทำให้ชาวโรฮิงญาบางส่วนอยากอยู่ประเทศไทย และยังมีส่วนใหญ่อยากจะเดินทางไปประเทศเป้าหมายที่ตั้งใจไว้